“อันหลาน”
ชั่วขณะนั้น หลิวหย่วนแทบอยากร้องไห้ด้วยความตื้นตัน
แม้สามีภรรยาพี่ใหญ่อันจะประสบเคราะห์ร้าย
แต่เด็กทั้งสองที่พวกเขาทิ้งไว้ก็เติบโตได้ดี อันผิงได้เข้าเรียนในสำนักศึกษา พรสวรรค์ด้านเส้นชีพจรอักษรยังเหนือกว่าเขาเสียอีก
ส่วนอันหลานก็ได้รับคำชมและความเอ็นดูจากบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในวิถียุทธ์ อนาคตของเขาย่อมไร้ขีดจำกัด
ไม่ต้องพูดถึงการเข้าร่วมหน่วยหกประตูด้วยซ้ำ ขอเพียงอันหลานก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้
เขาก็จะกลายเป็นผู้ที่คนธรรมดาได้แต่แหงนมองแล้ว
การแต่งภรรยางดงามสักคน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ก้อนหินที่กดทับหัวใจหลิวหย่วนมาโดยตลอด ในที่สุดก็คลายลงเสียที
หลิวหย่วนอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่สถานการณ์เช่นนี้เขาเองก็ไม่เคยประสบมาก่อน จึงทำได้เพียงตบไหล่อันหลานเบา ๆ
“ทำได้ดีมาก”
.... ......
พวกเขาไม่ได้อยู่ในเมืองอำเภอนานนัก
ยามเย็น
อันหลานกับท่านอาหลิวก็กลับมาถึงหมู่บ้านต้าเจ๋อแล้ว
หลังแยกกับท่านอาหลิว อันหลานก็กลับถึงบ้าน
ทันทีที่ปิดประตูรั้ว ความรู้สึกที่เขาข่มกลั้นมาตลอดทางก็ยากจะสะกดไว้อีกต่อไป เนื้อหาของหมัดยาวปฐมกษัตริย์พลันปรากฏขึ้นในห้วงสมอง
ชั่วพริบตาต่อมา เงาพร่าเลือนคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ข่มขุนเขา
สะกดขุนเขา
ทลายสายนที
สามกระบวนท่าแรกของขั้นที่หนึ่งค่อย ๆ คลี่ออกจากมือของเงาพร่าเลือน แม้จะเป็นเพียงท่วงท่าง่าย ๆ สามกระบวน แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า ล้วนแฝงไว้ด้วยเจตจำนงหมัดอันหนักแน่นยากบรรยาย
คราวนี้อันหลานไม่ได้ยืนดูเฉย ๆ อีกแล้ว
เขาสูดลมหายใจลึก ทำตามเคล็ดวิชาบนศิลาจารึก พร้อมกับเลียนแบบท่วงท่าหมัดของเงาพร่าเลือน พลังปราณโลหิตในร่างพลันไหลพล่านไปตามเส้นทางเฉพาะ ทะลวงผ่านทั่วร่าง ก่อนค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนัง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงหมัดแหวกอากาศทุ้มหนักดังต่อเนื่อง
