ซูโม่เพิ่งเคยถูกใครตำหนิต่อหน้าคนมากมายเป็นครั้งแรก ยิ่งคนที่ตำหนิเธอยังเป็นประมุขตระกูลฟู่ ตระกูลอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่
เธอเอามือปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความน้อยใจ จนเสิ่นชิงฉือกับเฉินหยวนเฉาต่างรู้สึกสงสาร
เสิ่นชิงฉือกล่าวว่า “นักพรตฟู่ ต่อให้เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็ไม่จำเป็นต้องเข้มงวดกับเธอถึงขนาดนี้”
ฟู่อี้เสวี่ยหัวเราะเย็นชา “แค่นี้เรียกว่าเข้มงวดหรือ? พวกอั้นอิ่งเป็นดอกไม้ในเรือนกระจกกันหมดหรือไง?
แค่เตะครั้งเดียวก็กลายเป็นการเข้มงวดแล้วหรือ? ดูท่าฉันคงแส่ไม่เข้าเรื่องจริง ๆ ควรปล่อยให้เธอถูกอัสนีสวรรค์ผ่าตายไปเสีย”
เฉินหยวนเฉารีบกล่าวว่า “นักพรตฟู่ อย่าเพิ่งโกรธเลยครับ ซูโม่แค่จิตใจดี ถึงได้ทำอะไรหุนหันแบบนี้”
ฟู่อี้เสวี่ยเอ่ยเสียงเย็น “เฉินหยวนเฉา พอได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากนาย ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าอนาคตของตระกูลเฉินจะฝากไว้ในมือนายได้หรือเปล่า
นายอยากได้ผู้หญิงแบบไหนก็หาได้ทั้งนั้น ก่อนพูดช่วยใช้สมองคิดสักหน่อย
อย่าทำให้คนของพันธมิตรหัวเราะเยาะ ว่าผู้สืบทอดตระกูลเฉินในอนาคตเป็นคนโง่”
เฉินหยวนเฉาหน้าตึง แต่ไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่รับคำว่า “นักพรตฟู่สั่งสอนได้ถูกต้องครับ”
ฟู่เหยียนฉี่ที่หมดอาลัยตายอยาก เมื่อเห็นฟู่อี้เสวี่ยเป็นเช่นนี้ ในที่สุดก็รู้สึกว่าตัวเองกลับมายังโลกแห่งความจริงแล้ว
ประมุขยังคงเป็นแบบนี้ ยามโจมตีทุกคนโดยไม่เลือกหน้า ฝีมือการต่อสู้ก็เหนือชั้นจนชวนให้อุ่นใจ
แต่...
พอคนของอั้นอิ่งกับตระกูลเฉินถูกตำหนิจนเงียบกริบ คราวนี้ก็ถึงตา...
ฟู่อี้เสวี่ยค่อย ๆ หันไปมองคนของฉื่อเยี่ยน แรงสังหารที่พุ่งเข้าปะทะทำให้ทั้งทีมฉื่อเยี่ยนสะท้านไปทั้งตัว
ฟู่อี้เสวี่ยอยู่อันดับสามในกระดานจัดอันดับกำลังรบส่วนบุคคลของพันธมิตร แรงสังหารที่แผ่ออกมารุนแรงเสียจนเจี้ยเฉินผู้เป็นพระคลั่งยังระแวดระวัง
