พลังจิตของเจี้ยนสุยยฺวี่อยู่ระดับเอส ความสามารถในการแยกแยะคำจริงของเขาใช้ได้กับทุกคนและผีอสูรที่มีพลังจิตต่ำกว่าเขา
มนุษย์โกหกได้ ผีอสูรก็เช่นกัน
ความสามารถในการแยกแยะคำจริงช่วยให้เขาเลือกเส้นทางผ่านด่านที่ถูกต้องได้เร็วที่สุด
เพราะอย่างนั้นเขาจึงเชื่อว่าทุกคำที่อู่เยฺว่พูดล้วนเป็นความจริง
เจี้ยนสุยยฺวี่พาคนในทีมเดินลึกเข้าไป และก็เห็นแถบผ้าขาวตามที่อู่เยฺว่บอกไว้จริง ๆ
ทางเดินแคบ ๆ มีแถบผ้าขาวปลิวไสว ทอดยาวจนมองไม่เห็นปลายทาง
สมาชิกทีมฉื่อเยี่ยนคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่ชื่ออู่เยฺว่จะพูดเรื่องจริงทุกอย่าง”
“ทำไมเธอถึงบอกเคล็ดลับผ่านด่านกับเรา ทั้งที่เราเป็นคู่แข่งกับทีมอั้นอิ่ง”
“เมื่อกี้ยังเห็นอยู่ไม่ใช่เหรอว่าพวกเขาทะเลาะกันจนแทบจะลงไม้ลงมือ คงถูกคนในทีมรังเกียจแหละ”
“เฮ้อ โลกแบบนี้ คนธรรมดาไม่มีศักดิ์ศรีจริง ๆ
ถ้าเธอมาอยู่ทีมฉื่อเยี่ยนของเรา คงไม่...”
“อย่าพูดมั่ว ทีมฉื่อเยี่ยนไม่รับสมาชิกผู้หญิงไม่ใช่หรือไง”
เจี้ยนสุยยฺวี่เอ่ยขึ้นกะทันหัน
“ไม่ใช่ว่าไม่รับผู้หญิง แต่ยังไม่เจอคนที่เหมาะสมและเข้ากับแนวทางของฉื่อเยี่ยนต่างหาก”
สมาชิกทีมคนนั้นชะงักไป ก่อนถามว่า
“รองหัวหน้าทีม อู่เยฺว่ช่วยเราไว้ตั้งสองครั้ง จะชวนเธอเข้าทีมได้ไหม”
“ใช่ แต่ดูเหมือนอู่เยฺว่จะไม่ได้คิดแบบนั้น ตอนนี้เธออาจออกจากด่านไปแล้วก็ได้”
“เดี๋ยวนะ ถ้าเราทิ้งเธอไว้แบบนี้ ทีมอั้นอิ่งจะไปหาเรื่องเธอหรือเปล่า”
เจี้ยนสุยยฺวี่เอ่ยตัดบท “ตอนนี้เราถูกโจมตีทั้งหน้าและหลัง สถานการณ์ไม่เป็นใจ
รีบจัดการให้ได้สังหารเป็นรายแรกแล้วออกจากด่าน นี่ต่างหากคือเรื่องเร่งด่วนที่สุด”
“รับทราบ!”
ภายใต้คำสั่งของเจี้ยนสุยยฺวี่ สมาชิกทีมฉื่อเยี่ยนระดมยิงเต็มกำลังสองร้อยเปอร์เซ็นต์
พวกเขาผ่านการฝึกมาอย่างมืออาชีพ ความแม่นยำน่าตกใจ แทบไม่มีนัดไหนพลาดเป้า
กระสุนดัดแปลงเหล่านั้นพุ่งเฉียดประกายไฟ ก่อนยิงถูกแถบผ้าขาวที่ปลิวอยู่กลางอากาศทุกนัด สิ่งที่น่าตกใจคือแถบผ้าซึ่งดูอ่อนนุ่มไร้กระดูกกลับส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนชวนขนลุกเมื่อถูกยิง
สมาชิกทีมฉื่อเยี่ยนสบตากัน นี่เป็นการยืนยันคำพูดของอู่เยฺว่อีกครั้ง
แถบผ้าขาวพวกนี้คือร่างแยกของบอสตุ๊กตา!
เจี้ยนสุยยฺวี่ออกคำสั่ง “เพิ่มกำลังยิง คอยคุ้มกันไว้ อย่าเปิดโอกาสให้บอสตุ๊กตาตอบโต้!”
“ได้!”
ชั่วขณะนั้น เปลวเพลิงแห่งสงครามปะทุขึ้นทั่วทางเดินแคบ
....
“โธ่เอ๊ย นึกว่าเธอจะเก่งกาจแค่ไหนเสียอีก
ไม่คิดเลยว่าต่อให้พยายามเข้าไปเกาะแก เจี้ยนสุยยฺวี่ก็ยังไม่เห็นเธออยู่ในสายตา”
“นั่นสิ ไม่อย่างนั้นตอนเขาไปชิงสังหารเป็นรายแรก ทำไมถึงไม่พาเธอไปด้วยล่ะ คางคกอยากกินเนื้อหงส์ ก็หัดส่องดูตัวเองในน้ำลายบ้างสิ”
ทันทีที่เจี้ยนสุยยฺวี่จากไป เพื่อนสนิทของซูโม่ก็เริ่มเยาะเย้ยถากถางอู่เยฺว่
เมื่อครู่เจี้ยนสุยยฺวี่ปกป้องอู่เยฺว่ แถมทั้งคู่ยังมีปฏิสัมพันธ์กันจนพวกเธออิจฉาตาร้อน ใครจะไม่รู้ว่าเจี้ยนสุยยฺวี่เป็นชายในฝันของผู้หญิงมากมายในวันสิ้นโลก
ก่อนอู่เยฺว่ เขาไม่เคยแสดงความสนใจต่อผู้หญิงคนไหน แต่กลับปฏิบัติต่ออู่เยฺว่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
แม้แต่ซูโม่เองก็ไม่เคยได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเขาเลยสักครั้ง
เรื่องแบบนี้จะไม่ทำให้ผู้หญิงพวกนั้นโกรธได้อย่างไร
อู่เยฺว่ไม่สนใจสงครามแย่งชิงผู้ชายของผู้หญิงพวกนี้ เธอไม่มีเหตุผลต้องไปกับทีมฉื่อเยี่ยน เธอไม่ใช่สมาชิกทีมเสียหน่อย
ที่เธอยังไม่ออกจากด่าน ก็เพราะมีเรื่องให้กังวลอีกอย่าง
ตุ๊กตาในมือซูโม่คือตัวจริงของบอส
อู่เยฺว่กลัวว่าตัวแปรนี้จะทำให้เจี้ยนสุยยฺวี่ต้องตายอย่างอนาถในท้ายที่สุด
สิ่งที่ทำให้อู่เยฺว่รู้สึกขัดใจที่สุดคือ หลังเจี้ยนสุยยฺวี่ตาย ร่างของเขาถูกผีอสูรควบคุม และผีอสูรตนนั้นกลับตกหลุมรักซูโม่
ผีอสูรตนนี้ใช้ใบหน้าของเจี้ยนสุยยฺวี่ฆ่าฟันและก่อเรื่องไปทั่ว อีกด้านก็ช่วยซูโม่สั่นคลอนทีมฉื่อเยี่ยน ช่างเป็นการทำให้ตัวเอกแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่สนว่าตัวประกอบจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ท้ายที่สุด ผีอสูรถูกเชิ่นชิงฉื่อสังหาร
เชิ่นชิงฉื่อดูดซับความสามารถในการแยกแยะคำจริงของเจี้ยนสุยยฺวี่ ส่วนซูโม่ก็ได้อุปกรณ์ทั้งหมดที่เจี้ยนสุยยฺวี่มีตอนยังมีชีวิต ความรู้สึกของพระเอกนางเอกยิ่งลึกซึ้งขึ้น ทุกคนต่างมีความสุขกันถ้วนหน้า
ถุย!
ความล้มเหลวของเธอน่าเสียดายก็จริง แต่ความสำเร็จของตัวเอกกลับทำให้เจ็บใจยิ่งกว่า
เสียงปืนและปืนใหญ่จากที่ไกล ๆ ดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นไม่หยุด
ตุ๊กตาที่ซูโม่กอดไว้แน่นมาตลอดจู่ ๆ ก็พุ่งเข้าใส่สมาชิกทีมธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ข้างตัวเธอ
“อ๊าก!!”
ชั่วพริบตา สมาชิกทีมคนนั้นก็ถูกตุ๊กตาดูดกลืนพลังชีวิตจนแห้งเหือด กลายเป็นศพแห้งกรังล้มลงกับพื้น
อู่เยฺว่ยืนอยู่ไกล จึงเห็นทุกอย่างชัดเจน
ด้านหลังเธอคือทางออกจากด่าน แต่เมื่อเห็นตุ๊กตาดูดพลังชีวิตของคนไปสี่ห้าคนท่ามกลางเสียงกรีดร้อง มันกลับพุ่งตรงไปตามเส้นทางที่เจี้ยนสุยยฺวี่จากไป
พวกเขากำลังทุ่มสมาธิต่อสู้กับศัตรู หากบอสตุ๊กตาทรงพลังแบบนี้ลอบโจมตีจากด้านหลัง จุดจบคงเดาได้ไม่ยาก
อาศัยจังหวะที่ทีมอั้นอิ่งกำลังวุ่นวาย อู่เยฺว่ก็ไล่ตามบอสตุ๊กตาไปโดยไม่ลังเล
แต่เชิ่นชิงฉื่อกลับคว้าเธอไว้ ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยแววอำมหิต
“อู่เยฺว่ เธอคิดจะทำอะไร”
อู่เยฺว่ชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ตรงข้อเท้าออกมาแทงเชิ่นชิงฉื่อโดยไม่ลังเล เขาไม่คิดว่าอู่เยฺว่จะลงมือกะทันหัน แถมยังโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้
ข้อมือของเชิ่นชิงฉื่อถูกกรีด เขาจึงปล่อยมือออกตามแรง
ภายใต้สายตาเย็นชาและหม่นทึมของเชิ่นชิงฉื่อ อู่เยฺว่พุ่งไปยังทางเดินแคบ
“พี่ชิงฉื่อ! ไม่เป็นไรใช่ไหม!”
ซูโม่ร้องขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง
เชิ่นชิงฉื่อยกมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนยิ้มตอบ “ไม่เป็นไร”
แต่ในดวงตากลับมืดครึ้มจนชวนหวาดหวั่น
ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยพร้อมรอยยิ้มชวนขนลุก
“จัดระเบียบทีม แล้วตามไป!”
...
อู่เยฺว่ไล่ตามบอสตุ๊กตาไป พลางชักกระบี่ไม้ท้อออกมา เธอกัดปลายนิ้วกลางจนเลือดซึม แล้วป้ายเลือดลงบนกระบี่ไม้ท้อ
เธอร่ายคาถาอย่างรวดเร็ว บทสวดซับซ้อนยืดยาวไหลออกจากปากโดยไม่ติดขัดแม้แต่น้อย
ในชาติก่อน อู่เยฺว่ไม่มีความสามารถพิเศษ หากอยากมีชีวิตรอด เธอก็ต้องพยายามให้มากกว่าใคร
ทุกวันเธอตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อฝึกฝน ฟาดฟันกระบี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้ปิดตา เธอก็ยังฟาดฟันไปยังจุดตายทุกจุดได้อย่างแม่นยำ
ไม่ว่าจะเป็นวิชาคาถาที่ซับซ้อนยุ่งยากเพียงใด เธอก็ฝึกจนชำนาญ ท่องกลับหลังได้คล่องปาก
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้มีชีวิตรอด!
เธออยากมีชีวิตอยู่!
ปลายนิ้วแดงฉาน เลือดซึมเปื้อนกระบี่ไม้ท้อ ทันทีที่ร่ายคาถาจบ เธอก็เล็งจุดตายของตุ๊กตาแล้วฟาดโจมตีอย่างรุนแรง
บอสตุ๊กตาที่กำลังรีบกลับรังถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จนกระเด็นล้มลงไปด้านข้าง
อู่เยฺว่ไม่เปิดโอกาสให้บอสตุ๊กตาตั้งตัว รีบไล่ตามไปซ้ำทันที
ฟันหนึ่งครั้ง อีกครั้ง แล้วก็อีกครั้ง ทุกคมกระบี่ฟาดลงตรงจุดตายของบอสตุ๊กตา
ชั่วขณะนั้น ไอชั่วร้ายกระจายไปทั่ว บอสตุ๊กตาถูกอู่เยฺว่กับเจี้ยนสุยยฺวี่โจมตีหนีบจากสองด้านจนเสียกระบวนท่า
ขณะที่อู่เยฺว่กำลังจะลงมือปิดฉากบอสตุ๊กตา จู่ ๆ ก็มีเสียงเจ้าเล่ห์ของเฉินโจวดังมาจากด้านหลัง
“หัวหน้าทีม พวกเรามาได้ถูกจังหวะจริง ๆ”
หัวใจของอู่เยฺว่กระตุกวูบในทันที
