กู้เฉินถอนหายใจ
“ขอโทษนะหว่านหนิง ฉันรู้ว่าช่วงนี้ละเลยเธอไปบ้าง แต่เผยซีสร้างผลงานให้บริษัทเราไว้มาก ฉันก็แค่ให้รางวัลพนักงานที่ทำผลงานดีในฐานะเจ้านายเท่านั้น”
คำชี้แจงของกู้เฉินไม่ได้ทำให้กู้หว่านหนิงคล้อยตาม
บริษัทอีกแล้ว...
ทุกครั้งก็เอาบริษัทมาเป็นข้ออ้าง
“พี่รู้ไหมว่าเผยซีปรับปรุงสูตรเอสเซนส์ได้ยังไง พี่คิดจริง ๆ เหรอว่าเธอมีความสามารถขนาดนั้น หรือเพื่อนร่วมชั้นของเธอจะมีความสามารถขนาดนั้น?”
เห็นกู้หว่านหนิงถามอย่างมั่นอกมั่นใจ กู้เฉินก็อดตั้งคำถามในใจไม่ได้
“หว่านหนิง เธอรู้อะไรมา?”
กู้หว่านหนิงรีบโน้มตัวไปกระซิบข้างหูกู้เฉิน
สีหน้าของกู้เฉินเปลี่ยนไปหลายครั้ง ตั้งแต่ตกใจไปจนถึงยินดี แล้วก็กลับกลายเป็นกังวล
“แต่เราเพิ่งเซ็นสัญญาตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวกับฟีลินต๋าไป ถ้าทำตามที่เธอว่า เราต้องจ่ายค่าผิดสัญญาเป็น 2 เท่าเลยนะ”
“ก็แค่ 2 เท่าเองนี่นา ทางโอหลินเฉวียน...เสนอให้ตั้ง 5 เท่าเลยนะ!”
ความโลภในแววตาของกู้หว่านหนิงแสดงออกมาอย่างชัดเจน
กู้เฉินเองก็ใช่ว่าจะไม่หวั่นไหว
ไม่ว่าจะเป็นฟีลินต๋าหรือโอหลินเฉวียน ต่างก็เป็นบริษัทที่เมื่อก่อนพวกเขาได้แต่แหงนหน้ามอง
แต่ตอนนี้ทั้งสองบริษัทกลับเป็นฝ่ายมาหาถึงที่ ทำให้เขาลำบากใจขึ้นมา
“ฉันว่าเรื่องนี้ต้องโทษเผยซีที่รีบร้อนเซ็นสัญญาตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวกับฟีลินต๋า ตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่ออกฤทธิ์ถึงระดับเซลล์อยู่ในมือ ถ้าทำผลิตภัณฑ์ในซีรีส์นี้ออกมาครบ รับรองว่าทำกำไรได้มหาศาล...”
“เราควรเปิดประมูลให้กว้าง ใครเสนอราคาสูงสุดก็เซ็นสัญญาตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวกับคนนั้น”
