เสิ่นเยี่ยนเลิกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย
ความร่วมมือแต่เพียงผู้เดียวกับฟีลินต๋าเป็นเผยซีที่จัดการจนสำเร็จแท้ ๆ แต่เซ็นสัญญาได้ไม่กี่วัน กลับผิดสัญญาเสียแล้วหรือ?
“ทำไม?”
“ตามที่ผู้จัดการเหลียงบอก ทางโอหลินเฉวียนเสนอราคาสูงถึงห้าเท่าเพื่อทำสัญญาแต่เพียงผู้เดียวกับบริษัทความงามทางการแพทย์กู้ เพราะอย่างนั้นบริษัทความงามทางการแพทย์กู้จึงยอมผิดสัญญา ดีกว่าปล่อยให้โอกาสที่โอหลินเฉวียนยื่นมาให้หลุดมือไปครับ”
คำอธิบายของเสี่ยวจางทำให้เสิ่นเยี่ยนขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม
ภายในห้องทำงานเงียบสนิท
เสิ่นเยี่ยนเงียบไปเนิ่นนาน
“เสี่ยวจาง คุณคิดว่าสายผลิตภัณฑ์รักษาสิวของบริษัทความงามทางการแพทย์กู้...คุ้มค่าพอที่โอหลินเฉวียนจะยอมจ่ายแพงถึงห้าเท่าไหม?”
เสี่ยวจางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
“ถึงครั้งนี้บริษัทความงามทางการแพทย์กู้จะมีความสามารถด้านเทคโนโลยีโดดเด่น แต่ผมคิดว่า...ก็ยังไม่คุ้มกับราคาห้าเท่าครับ”
เสิ่นเยี่ยนฟังคำตอบแล้วพยักหน้าเบา ๆ
ถ้าอย่างนั้น ในฐานะบริษัทเครื่องสำอางที่เติบโตเต็มที่แล้ว เหตุใดโอหลินเฉวียนถึงจู่ ๆ ก็ทำอะไรหุนหันเช่นนี้?
ราวกับอ่านความสงสัยที่ซ่อนอยู่ในดวงตาดำลึกล้ำของเสิ่นเยี่ยนออก เสี่ยวจางจึงเอ่ยขึ้นก่อนว่า
“บริษัทแม่ของโอหลินเฉวียนคือบริษัทเทคโนโลยีตระกูลหลินแห่งประเทศเอ็กซ์ครับ หลินอี้เหิง ประธานของพวกเขามีสถานะโดดเด่นในวงการเภสัชวิทยาระดับโลก เป็นทั้งผู้อำนวยการองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ และสมาชิกหลักของสภานานาชาติว่าด้วยการกำกับดูแลยา”
เสิ่นเยี่ยนเงียบไป คล้ายกำลังครุ่นคิด ผ่านไปครู่หนึ่งมุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น
นี่เป็นสีหน้าที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของเสิ่นเยี่ยน
เสี่ยวจางมองอย่างประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงทำให้ประธานเสิ่นอารมณ์ดีขนาดนี้
“เสี่ยวจาง จำได้ไหมว่าก่อนหน้านี้ผมให้คุณไปสืบว่าใครเป็นศัตรูของเผยซี?”
