“ชุดเครื่องมืออะไรของมันเนี่ย?”
เย่ซิงฉือเปิดกล่องเครื่องมือ ภายในมีคีม ประแจ และไขควงเรียงอยู่
ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้ เธอจึงยัดของพวกนั้นไว้ในช่องว่างระหว่างเครื่องแยกชิ้นส่วนกับตัวรถก่อน
เธอหยิบแว่นกันลมขึ้นมาดูค่าสถานะ
【แว่นกันลม: ปรับสีอัตโนมัติตามแสง ป้องกันลมและทรายเข้าตา ดีไซน์เท่สุด ๆ เมื่อสวมใส่จะมองเห็นในเวลากลางคืนได้ และเสน่ห์ +1】
แค่ความสามารถมองเห็นในตอนกลางคืนก็ยอดเยี่ยมแล้ว ส่วนค่าเสน่ห์นั้นไม่ได้สำคัญอะไรกับเธอ
เธอสวมแว่นกันลมแล้วมองกระจกมองหลังของรถไฟฟ้า
เมื่อสวมคู่กับเสื้อแจ็กเก็ตสีดำทั้งตัว ก็ช่วยเพิ่มความลึกลับให้เธออยู่ไม่น้อย
เธอมองไปยังระยะไกล แล้วก็พบว่าไม่ต้องกังวลกับความมืดสลัวของยามค่ำคืนอีกต่อไป ทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เธอลากหีบสมบัติทองคำมาวางข้างรถ แล้วเปลี่ยนฉายาเป็นนักแยกขยะเพื่อแยกชิ้นส่วนมัน
【ได้รับแผ่นไม้ ×55, ทองคำแท่ง ×1】
ด้วยโบนัส 10% จึงได้รับแผ่นไม้เพิ่มมาอีก 5 แผ่น
มีเครื่องแยกชิ้นส่วนเครื่องนี้แล้วก็ช่วยลดของที่ต้องทิ้งไปได้มาก
หลังจัดของเรียบร้อย เธอยืนมองรถไฟฟ้าสี่ล้อคันจิ๋วของตัวเองอย่างกลุ้มใจ
รถไฟฟ้าคันนี้เล็กเกินไป เล็กจนเธอไม่มีที่นอนด้วยซ้ำ
เบาะนั่งกว้างพอให้คนสองคนนั่งเบียดกันได้เท่านั้น พอจะขดตัวอยู่บนนั้นได้ แต่ไม่มีที่ให้วางขา
หมาป่าตัวที่อยู่ไม่ไกลยังคงจ้องเธอเขม็งอย่างมุ่งร้าย แถมยังหอนเป็นระยะ
หนวกหูชะมัด
เย่ซิงฉือที่ไม่มีที่พักอยู่แล้วทนเสียงรบกวนไม่ไหว จึงถือดาบสั้นเดินไปยังขอบเขตของม่านคุ้มกัน
เธอฟาดดาบสั้นใส่หมาป่าตัวนั้นอย่างหงุดหงิด เดิมคิดว่าดาบจะกระทบม่านคุ้มกัน แต่กลับแทงทะลุออกไปเหมือนไม่มีอะไรขวางอยู่
“โฮก—”
ดาบฟันเข้าที่ดวงตาของหมาป่า ความดุร้ายของมันพลันปะทุขึ้นทันที
มันคำรามพลางพุ่งเข้าใส่ม่านแสง
เย่ซิงฉือถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ พอแน่ใจว่ามันถูกม่านแสงกั้นไว้และเข้ามาไม่ได้จึงค่อยวางใจ
“อยากกัดฉันนักใช่ไหม? เข้ามาไม่ได้ล่ะสิ?”
แววตาของหมาป่าดำดุร้ายขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนมันจะรู้ว่าทะลุม่านแสงเข้ามาไม่ได้ จึงเดินวนไปมาอยู่ข้างนอก
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังออกมาจากลำคอของมัน
เย่ซิงฉือรู้ดีว่าถ้าไม่จัดการเจ้าตัวนี้ มันคงจ้องเธออยู่ตรงนี้ทั้งคืนแน่
การนอนกลางป่ากลางเขาก็ไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว หากยังมีหมาป่าร้ายคอยจับตา เธอคงนอนไม่หลับแน่
สู้ใช้ประโยชน์จากวงคุ้มกันจัดการมันเสียเลยดีกว่า
คิดแล้วก็ลงมือ เย่ซิงฉือกระชับดาบสั้นในมือ เล็งจังหวะแล้วฟันใส่หัวหมาป่าอีกครั้ง
ฟันครั้งแรกไม่โดน เธอก็ไม่ท้อ ฟันซ้ำลงไปอีกครั้ง
เย่ซิงฉือใช้หมาป่าดุร้ายตัวนั้นเป็นหินลับดาบ ฟันมันไปถึง 8 ครั้งกว่าจะฆ่าตายได้
【สังหารหมาป่าดำ 1 ตัว ได้รับค่าประสบการณ์ +20】
【ยินดีด้วย ผู้เล่นเย่หล่านซิงเหอเลื่อนถึงเลเวล 1 ร่างกาย +1 ได้รับแต้มค่าสถานะอิสระ 1 แต้ม】
เย่ซิงฉือไม่คิดเลยว่าการเลื่อนเลเวลจะมอบแต้มค่าสถานะให้ 1 แต้ม
เธอเพิ่มแต้มดังกล่าวให้พละกำลังทันที
เธอเปิดดูหน้าต่างค่าสถานะอีกครั้ง:
ผู้เล่น: เย่หล่านซิงเหอ
ฉายา: นักล่าจักรกล (สวมใส่อยู่), นักแยกขยะ
เลเวล: 1 (3/50)
ร่างกาย: 5
พละกำลัง: 5+2
สติปัญญา: 8
ความคล่องแคล่ว: 4+1
โชค: 8
เสน่ห์: 7+1
พลังชีวิต: 50/50
พลังเวท: 80/80
อุปกรณ์: ดาบสั้นคุณภาพดี, แว่นกันลม
ค่าสถานะตอนนี้ดูดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย อย่างน้อยก็พอไหว แต่พลังชีวิตยังน้อยจนน่าสงสารอยู่ดี
ถ้าหาเกราะป้องกันอะไรมาใส่ได้บ้าง ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหม
เธอมองซากหมาป่าบนพื้นแล้วลากมันไปข้างเครื่องแยกชิ้นส่วน
เธอลองกดปุ่มแยกชิ้นส่วน ซากหมาป่าบนพื้นก็หายไป
【แยกชิ้นส่วนได้รับหนังหมาป่าดำธรรมดา ×1, เนื้อหมาป่า ×77 ชั่ง, กระดูกหมาป่า ×22】
เห็นของที่ได้จากการแยกชิ้นส่วนแล้ว เย่ซิงฉือก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เธอเดินเข้าไปตบเครื่องแยกชิ้นส่วนของเก่าขึ้นสนิมเบา ๆ
“เดี๋ยวนะ? หมาป่าตัวใหญ่ขนาดนั้น หนักเกือบ 100 กิโลกรัม แต่แยกออกมาได้แค่นี้เองเหรอ?”
แต่เครื่องแยกชิ้นส่วนก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
เธอรู้สึกว่าสูญเสียไปตั้ง 40% ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเครื่องแยกชิ้นส่วนของเธอเก่าเกินไปหรือเปล่า
ตัวเลขข้างฉายานักแยกขยะของเธอกลับเปลี่ยนเป็น (3/100)
ดูเหมือนจะคล้ายค่าประสบการณ์ ยิ่งแยกชิ้นส่วนมาก ฉายานี้อาจเลื่อนระดับได้เหมือนกัน
ไม่รู้ว่าพอเลื่อนแล้วผลตอบแทนจะดีขึ้นไหม
เธอมองเนื้อหมาป่าบนพื้น ไม่รู้ว่ากินได้หรือเปล่า
แต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตรอด แค่กินให้อิ่มแล้วอยู่ต่อได้ก็พอ ไม่ต้องสนรสชาติแล้ว
ที่สำคัญ ตอนนี้เธอไม่มีอุปกรณ์ทำอาหาร แถมมีเนื้อเยอะขนาดนี้แต่ไม่มีตู้เย็น กินไม่หมดก็เสียเปล่า
เธอจึงคิดว่าจะเอาไปแลกเสบียงอย่างอื่นได้ไหม
เธอใช้ระบบถ่ายรูปเนื้อหมาป่าแล้วส่งเข้าแชตส่วนกลางทันที
【เย่หล่านซิงเหอ: มีใครอยากได้เนื้อหมาป่าไหม? เนื้อ 1 ชั่งแลกเสบียง 10 ชิ้น, การ์ดอัปเกรดยานพาหนะ 1 ใบ หรือของอย่างอื่นก็ได้】
【ขี่หอยทากไปขึ้นรถเมล์: ฉัน ๆ ๆ! แลกกับผ้า 10 ชิ้นได้ไหม?】
【เฟิงเซิงสุ่ยฉี่: พี่ใหญ่เก่งมาก! เพิ่งจัดการหมาป่าไปตัวหนึ่งเหรอ?】
【เจ้าหัวสับปะรด: ของแบบนี้เอาไปขายได้ด้วยเหรอ? ใครจะรู้ว่ากินแล้วจะตายไหม?】
【หมีน้อยแสนสุข: พี่ใหญ่ ฉันเอา! ฉันหิวจนจะตายอยู่แล้ว เปิดหีบมาทั้งวันได้ขนมปังชิ้นเล็กแค่ชิ้นเดียว】
【เลมอนไม่เปรี้ยว: พวกคุณหลับลงกันได้ยังไง? แถวนี้มีสัตว์ป่าตัวหนึ่งร้องอยู่ตลอด แถมยังข่วนม่านคุ้มกันไม่หยุดเลย!】
【หาน้ำตาลในเศษแก้ว: ให้ตายเถอะ! อย่าขับรถตอนกลางคืนเด็ดขาด... ฉันโดนสัตว์ป่าฝูงหนึ่งล้อม รถก็ใกล้พังแล้ว...】
【บ่นจุ๊บจิ๊บ: เชี่ย! รูปโปรไฟล์หมอนี่กลายเป็นสีดำแล้ว! ดีที่เมื่อกี้ฉันไม่ได้ขยับรถ ทางนี้มีลิงยักษ์ตัวหนึ่งจ้องฉันอยู่ตลอด แถมยังร้องเสียงประหลาดเป็นระยะ】
เย่ซิงฉือขมวดคิ้วเล็กน้อย ต่งต่งเหยาเตือนไว้ตั้งนานแล้วว่าอย่าขับรถตอนกลางคืน ไม่อย่างนั้นก็รับผลที่ตามมาเอาเอง
ไม่คิดเลยว่าจะร้ายแรงขนาดนี้
ข้อความส่วนตัวกะพริบขึ้นมาไม่หยุด
เธอกดเปิดดูทีละคน ส่วนใหญ่เอาแผ่นไม้ เชือกปอ และเสบียงพื้นฐานอย่างอื่นมาแลก โดยให้มา 10 ชิ้น
ยังมีคนชื่ออาปู้ส่งข้อความมาอีกด้วย
“พี่ใหญ่ซิงเหอ ใช้ผ้าพันแผลห้ามเลือด 5 ชิ้น แลกเนื้อ 1 ชั่งได้ไหม?”
เย่ซิงฉือไม่ลังเลแม้แต่น้อย แลกเนื้อหมาป่าให้เขาไป 2 ชั่งทันที
ของอย่างผ้าพันแผลห้ามเลือดยังหายากอยู่มากในช่วงนี้ ราคาจึงแพงกว่าเสบียงทั่วไปเยอะ
เธอส่งข้อความเสริมไปด้วยว่า “ต่อไปถ้ามีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลหรือแบตเตอรี่ก็มาหาฉันแลกได้”
อาปู้ไม่คิดว่าเย่ซิงฉือจะใจกว้างขนาดนี้ ถึงกับแลกเนื้อให้เขาทีเดียว 2 ชั่ง
เขารีบส่งอีโมจิขอบคุณมาให้ “ได้เลย! จำไว้แล้ว ถ้าเจอของดีคราวหน้า จะเอามาแลกกับพี่ใหญ่ก่อน”
เย่ซิงฉือถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทำตัวไม่ถูก รีบปิดหน้าต่างแชตทันที
หลังจากแลกของกันเสร็จ เนื้อหมาป่า 70 ชั่งก็ถูกแลกออกไปหมด เหลือไว้ให้ตัวเองกินแค่ 7 ชั่ง
เสบียงที่ได้มาทำให้กระเป๋าเป้ของเธอเต็มเอี๊ยด
ได้รับทั้งหมด: แผ่นไม้ ×420, เชือกปอ ×70, ผ้า ×100, แบตเตอรี่ ×3, กระจก ×70, เฟือง ×10, ผ้าพันแผล ×5
ตอนนั้นเองเธอถึงเพิ่งรู้ว่าช่องในกระเป๋าเป้มีจำกัด ของชนิดเดียวกันซ้อนได้สูงสุด 99 ชิ้นเท่านั้น
ตอนนี้เธอมีแผ่นไม้มากถึง 492 แผ่น กินพื้นที่ไปถึง 5 ช่อง
ส่วนของที่เหลือ เธอจัดของที่มีจำนวนน้อยกว่าออกมา แล้วใช้พื้นที่อีก 5 ช่องใส่กระจก 77 ชิ้น เชือกปอ 73 เส้น แบตเตอรี่ 7 ก้อน เฟือง 17 ชิ้น และผ้า 100 ชิ้น
ถึงอย่างนั้นก็ยังมีของอีกกองใหญ่ที่ไม่มีที่เก็บอยู่ดี
