สนามรบ
การช่วยเหลือของทีมแพทย์ยังคงดำเนินต่อไป
ซ่งเซียงหยางเข้าไปในหลุมหลบภัย เพิ่งวางคนเจ็บลงก็หันไปเห็นหลินหงส์ยวนก้มตัวแบกผู้บาดเจ็บคนหนึ่งเดินเข้ามา
“ลุงหลิน ถ้าไม่ไหวก็พักสักหน่อยเถอะ” เขารับตัวผู้บาดเจ็บมา “ลุงทำงานต่อเนื่องมาสิบชั่วโมงแล้วมั้ง คิดว่าตัวเองเป็นเหล็กกล้าหรือไง”
หลินหงส์ยวนพิงกำแพง หอบหายใจเสียงดัง ก่อนโบกมือ “ต่อให้ทนไม่ไหวก็ต้องฝืนไว้ ทีมผ่าตัดมีเด็กสาวคนหนึ่งทำงานติดกันสี่วันสี่คืน สุดท้ายถึงกับกระอักเลือด”
“ดีที่ทางกองหลังส่งคนมาเสริมอีกชุด ผมถึงได้ออกมาหายใจหายคอได้บ้าง”
เดิมทีซ่งเซียงหยางคิดว่าชายชราคนนี้เกิดในตระกูลร่ำรวย คงทนความลำบากไม่ไหว แต่ไม่คิดว่าพอเจอเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริง ๆ เขากลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปช่วย
ทั้งสองเพิ่งเดินไปถึงขอบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ ก็พบว่ายังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอยู่อีกสิบกว่าคนในหลุม
ซ่งเซียงหยางเห็นบ้านดินหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร “รีบพาคนไปที่นั่นก่อน ที่นี่เสี่ยงโดนระเบิด”
ทั้งสองช่วยกันหามผู้บาดเจ็บสิบคนเข้าไปในบ้านดิน เพิ่งจัดให้ทุกคนนอนเรียบร้อย กำลังจะพักหายใจสักหน่อย
“ตัด ๆ ๆ ๆ—”
เสียงปืนกลกราดยิงผ่านเหนือศีรษะ หลังคาผุ ๆ ของบ้านดินถูกยิงจนพรุนเป็นรังผึ้ง
“หมอบลง!” ซ่งเซียงหยางกดหลินหงส์ยวนลงกับพื้น
ผู้บาดเจ็บทั้งหลายร้อนใจจนตาแดง ตะโกนบอกทั้งสองคนว่า “สหายทั้งสอง รีบหนีไปเถอะ เครื่องบินของพวกอเมริกันเล็งมาทางนี้แล้ว พวกมันต้องรู้แน่ว่ามีคนอยู่ข้างใน”
“หนีบ้าอะไรล่ะ” ซ่งเซียงหยางถ่มดินในปากทิ้ง “ถ้าทิ้งพวกคุณไว้แบบนี้ แล้วผมจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างสบายใจได้ยังไง”
เขาชะโงกหน้าออกไป หรี่ตามองท้องฟ้า
เครื่องบินของพวกอเมริกันหลายลำบินวนอยู่เหนือศีรษะเหมือนแมลงวัน วางท่าโอหังอย่างยิ่ง
