อากาศเริ่มเย็นลง ผู้คนสวมเสื้อผ้าหนาเพิ่มขึ้น รูปร่างของหนีเซวียนไม่ได้อวบอ้วน ต่อให้สวมเสื้อเพิ่มไว้ข้างในอีกชั้นก็ดูไม่ผิดสังเกตนัก เธอจึงถอดเสื้อตัวนอกออก ข้างในยังมีเสื้อแจ็กเก็ตกีฬาธรรมดา ๆ อีกตัว
เธอล้วงหมวกเบสบอลออกจากกระเป๋า แล้วสวมหน้ากากอนามัยตามไปด้วย หนีเซวียนปกปิดตัวเองจนมิดชิด
“จูจู เริ่มได้เลย”
(ได้เลยค่ะ เบบี๋)
หนีเซวียนผลักประตูห้องน้ำออก แล้วเดินออกไปอย่างเปิดเผย
ตามเหตุผลแล้ว การปลอมตัวอย่างลวก ๆ แบบนี้ไม่มีทางหลอกบอดี้การ์ดมืออาชีพได้ แต่ในสายตาของบอดี้การ์ดหญิงตอนนี้ ร่างของหนีเซวียนกลับดูสูงใหญ่กำยำ ไม่คล้ายหนีเซวียนเลยแม้แต่น้อย
บอดี้การ์ดหญิงส่ายหน้า ก่อนจะเผลอก้าวตามไปสองก้าว จากนั้นก็ได้ยินเสียงของหนักตกกระแทกพื้นดังมาจากในห้องน้ำ ตามด้วยเสียงร้องตกใจที่ฟังคล้ายหนีเซวียน
บอดี้การ์ดหญิงสะดุ้ง รีบหันกลับวิ่งไปยังห้องน้ำด้านหลัง โดยไม่สนใจหนีเซวียนที่ปลอมตัวอยู่ข้างหน้าอีก
หนีเซวียนอาศัยช่วงว่างนี้วิ่งออกทางประตูหลังของห้างตามเส้นทางที่ระบบคำนวณว่ารวดเร็วที่สุด แล้วก็โบกรถแท็กซี่ได้สำเร็จ
หลังบอกคนขับให้ไปสถานีที่ใกล้ที่สุด เธอก็กดมือแนบอกที่เต้นรัวไม่หยุด สูดหายใจหอบถี่
“หนู เป็นอะไรหรือเปล่า? ถ้าไม่สบายก็บอกลุงนะ ลุงจะพาไปโรงพยาบาลเลย อย่าฝืนเด็ดขาด”
คนขับวัยกลางคนมองหนีเซวียนผ่านกระจกมองหลังอย่างเป็นห่วง
“ขอบคุณค่ะคุณลุง หนูไม่เป็นไร แค่มีธุระด่วนต้องรีบกลับบ้านเกิด เลยวิ่งมาเยอะไปหน่อย ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”
