ฉู่หลิงหลานเป็นเหยื่อของศึกชิงอำนาจในเรือนหลัง แม้แต่เรื่องในบ้านยังจัดการไม่ไหว แล้วยังคิดจะมาสู้ศึกในวังอีกหรือ?
นางรู้จักประมาณตน ก่อนหน้านี้ที่กดซือถูจิ้งได้ก็เพราะมีเย่เฉินคอยหนุนหลัง
แต่ตอนนี้ นางที่แทบไม่มีประโยชน์อะไรไม่ต่างจากซือถูจิ้งอีกต่อไปแล้ว เย่เฉินไม่เห็นนางอยู่ในสายตา
นางเข้าใจว่าซือถูจิ้งกำลังยุแยง ทว่าคำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้นางใจหาย
หากนางไม่อาจมีองค์ชาย และไม่มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในวังหลังได้จริง ๆ เช่นนั้นการได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งจะมีความหมายอะไร?
“เหนียงเหนียง...”
คนสนิทรีบร้อนเข้ามาจากด้านนอก แล้วกระซิบข้างหูนาง
สีหน้าของฉู่หลิงหลานเปลี่ยนไปมา มือกำแน่นแล้วคลาย ก่อนจะกำแน่นอีกครั้ง นางนิ่งงันอยู่นานจนเอ่ยประโยคให้สมบูรณ์ไม่ได้
“ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงถูกกู่เข้าแล้วหรือไร...”
ผ่านไปครู่ใหญ่ นางจึงเค้นคำพูดนี้ออกมาได้
ไม่สิ ต่อให้ถูกกู่จริงก็คงไม่คลุ้มคลั่งถึงเพียงนี้ บังคับแย่งภรรยาขุนนาง แล้วยังทำให้นางตั้งครรภ์ ช่างเหลวไหลสิ้นดี!
“เหนียงเหนียงตรัสได้ถูกต้องแล้ว ในวังไม่มีข่าวเรื่องการตั้งครรภ์มานาน เหล่าเจ้านายทั่วทั้งวังต่างก็ยังไม่มีบุตร ใครจะคิดว่าฮูหยินผู้นั้นจะได้ตั้งครรภ์ก่อน หากคลอดองค์ชายออกมาได้ ก็จะเป็นพระโอรสองค์แรกของฝ่าบาท
เหนียงเหนียงอยากให้เด็กคนนี้คลอดออกมาอย่างปลอดภัยจริงหรือเพคะ?”
คนสนิทกล่าวคล้อยตามคำพูดของฉู่หลิงหลาน
แน่นอนว่าฉู่หลิงหลานไม่ต้องการ แต่เดี๋ยวก่อน สีหน้านางพลันเปลี่ยนไป หันไปมองคนสนิท “ข่าวนี้เจ้ารู้มาได้อย่างไร?”
คนสนิทมีสีหน้าไม่เข้าใจ “บ่าวบังเอิญได้ยินชิงหลานซึ่งอยู่ข้างกายพระสนมกุ้ยพูดเข้าเพคะ แต่เหนียงเหนียงโปรดวางใจ บ่าวเกรงว่าข่าวที่ได้มาจะไม่แน่นอน จึงพยายามสืบข่าวจากสำนักหมอหลวงเป็นพิเศษ ได้ยินว่ามียาบำรุงครรภ์ส่งไปยังตำหนักหย่งเฉิน ข่าวนี้ไม่มีทางเป็นเท็จเพคะ”