พู่กันที่ฮูหยินผู้เฒ่าใช้คัดพระสูตรร่วงหล่นจากมือ
ถ้วยชาในมือฮูหยินโหวหนิงตกแตก
สีหน้าของทุกคนยามได้ยินว่าชาจิ่วตั้งครรภ์ แทบไม่ต่างจากหนิงฉางถิงที่ไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
“อะ...อะไรนะ?” ฮูหยินโหวหนิงกลืนน้ำลาย หันไปมองแม่นมเหวิน “หยิกข้าที ดูว่าข้ากำลังฝันไปหรือไม่”
แม่นมเหวินหยิกแขนตนเองอย่างแรงจนเจ็บปวด น้ำตาคลอเบ้า “เป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ ฮูหยิน”
แม้แต่น้ำเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าก็สั่นเครือ “เชิญหมอมาตรวจแล้วหรือยัง?”
ชาจิ่วตอบอย่างว่าง่าย “เชิญมาตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ ช่วงนี้ข้าอ่อนเพลียและคลื่นไส้อยู่บ้าง จึงเชิญหมอมาตรวจ หมอบอกว่าตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้ว”
พอดีกับช่วงที่เพิ่งแต่งงานกัน
ฮูหยินโหวหนิงดีใจจนเก็บสีหน้าไม่อยู่ ดึงชาจิ่วเข้ามาสำรวจท้องไปมาพลางหัวเราะจนมีน้ำตาเอ่อคลอ
“ช่วงนี้เจริญอาหารขึ้นหรือไม่? ชอบกินรสเปรี้ยวหรือเผ็ด?”
ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลับกล่าวว่า “เป็นชายหรือหญิงล้วนดีทั้งนั้น ขอเพียงมีเด็กก็ถือเป็นวาสนาของจวนโหวแล้ว”
ชาจิ่วยิ้มรับ นางกินยาที่ช่วยให้ได้บุตรชาย อีกไม่กี่เดือน หลานชายคนโตของจวนโหวก็จะถือกำเนิด
ฮูหยินผู้เฒ่าให้หนิงฉางถิงเขียนจดหมาย แจ้งข่าวมงคลนี้ไปยังจิ้งหย่วนโหวที่ชายแดน
ผู้เดียวในจวนโหวที่คงไม่ยินดี เกรงว่าจะมีเพียงเรือนรอง
หลังจากบาดแผลของหนิงฉางเหวินหายดี เขาก็เอาแต่ดื่มสุราประทังชีวิตทุกวัน ยามร่วมหลับนอนกับอนุและสาวใช้ข้างกายก็ยิ่งโหดร้ายทารุณ
ครั้นได้ยินว่าชาจิ่วตั้งครรภ์ เขาก็บีบคอสาวใช้คนหนึ่งที่อยู่ข้างเตียงจนตายคามือ
“หนิงฉางถิงจะมีลูกได้อย่างไร!” หนิงฉางเหวินแผดเสียงคำราม ดวงตาแทบถลน
เดิมทีเขายังวาดฝันว่าจะได้สืบทอดตำแหน่งซื่อจื่อเมื่ออายุสามสิบ บัดนี้ความหวังทั้งมวลกลับพังทลาย!
