ชาจิ่วนิ่งงันไป นางมิได้หันกลับมา เพียงลองหยั่งเชิงถามว่า “ท่านเทพชื่อฉื้อหรือ?”
“ตั้งใจหน่อย” เสียงเย็นชาของเทพชื่อฉื้อดังมาจากเบื้องบน
ยามนี้ เงาร่างเทพมายาโปร่งแสงยืนอยู่เบื้องหลังนาง ทั้งสองดูราวกับแนบชิดพิงอิงกัน
เขายื่นมือมาวางทับมือที่ชาจิ่วกำกระบี่จันทร์น้ำค้างไว้ แล้วชี้แนะให้นางใช้พลังจากการหลอมรวมขั้นรวมกายเข้ากับโลหิตเทพ ฟาดการโจมตีถึงตายใส่มังกรอสรพิษมาร
ลำแสงกระบี่เจิดจ้าระเบิดออกมา เหล่าคนสำนักหลิงซวีเบื้องล่างซึ่งกำลังตื่นตะลึงกับปาฏิหาริย์พลันไม่อาจทนมองตรง ๆ ได้ ต่างก้มหน้าหลับตาหลบเลี่ยง
มังกรอสรพิษมารส่งเสียงครวญครางสะเทือนฟ้า ร่างสลายวูบในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
ฉุนอีร้องด้วยความยินดีและภาคภูมิใจ “เทพชื่อฉื้อกำลังคุ้มครองอาจารย์!”
คนสำนักหลิงซวีต่างคุกเข่าคารวะ ขอบคุณในพระกรุณาแห่งเทพ พร้อมทั้งลอบโล่งใจที่ผู้ได้รับเลือกเป็นนักบุญหญิงในครานั้นมิใช่หลิงซี
หากหลิงซีขโมยตำแหน่งไปได้ สำนักหลิงซวีคงไม่มีหน้าไปพบสำนักอื่นอีก!
ทั้งยังจะถูกเทพชื่อฉื้อทอดทิ้ง!
โม่ชิงหลีคุกเข่าตามคนอื่น ๆ หัวใจเต็มไปด้วยความละอาย
ที่ผ่านมาเขาคอยพูดจาร้ายกาจใส่ชาจิ่วเพราะหลิงซี ถึงขั้นเคยกล่าวว่า “หากเจ้าไม่กลับมาก็คงดี”
แต่ยามนี้ชาจิ่วกลับไม่ถือโทษเรื่องเก่า ยังช่วยเหลือสำนักเอาไว้
จิตใจกว้างขวางและความชอบธรรมเช่นนี้ จะมีผู้ใดเทียบได้?
หลิงซีสูญเสียกระดูกเทพ ทั้งยังสูญเสียความรักใคร่จากผู้คน ค่าชะตาวาสนาจึงลดฮวบอย่างบ้าคลั่ง
ระบบโชคชะตาถูกบังคับให้ตื่นจากโหมดจำศีล ลืมตาขึ้นมาก็ถึงกับตะลึงงัน
เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เหตุใดค่าชะตาวาสนาจึงใกล้เหลือศูนย์แล้ว?
“หลิงซี! ตื่นสิ!” มันตะโกนสุดเสียง
หลิงซีเหลือเพียงลมหายใจรวยริน หมดสติไปอย่างสิ้นเชิง
ระบบโชคชะตาร้อนใจยิ่งนัก
เมื่อค่าชะตาวาสนาลดลงเหลือศูนย์ พลังทั้งหมดของมันก็จะถูกใช้จนหมด และติดอยู่ในโลกใบเล็กนี้ตลอดกาล!
ไม่ได้! จะนั่งรอความตายอยู่เช่นนี้ไม่ได้!
