ชาจิ่วต้องการกระดูกเทพหรือ?
สิ่งที่นางต้องการคือความเมตตาจากเทพ
หากชิงกระดูกเทพกลับมาเร็วเกินไป นางก็จะไม่มีโอกาสแสดงท่าทีน่าสงสารต่อหน้าเทพชื่อฉื้อ
「ท่านเทพชื่อฉื้อ เรื่องทางโลกจะคู่ควรให้มือของท่านต้องแปดเปื้อนได้อย่างไรเพคะ」
ชาจิ่วคุกเข่าหมอบอยู่ข้างเท้าของเทพชื่อฉื้อ เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาพราวระยับ เปี่ยมด้วยความศรัทธา
「ข้าจะให้หลิงซีต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวดนับพันเท่าหมื่นเท่า แล้วคืนกระดูกเทพให้แก่ข้า」
เทพชื่อฉื้อมิได้เอ่ยวาจา
ครู่หนึ่งต่อมา เขากล่าวเรียบ ๆ ว่า 「ตามใจเจ้า」
ราวกับมิได้ใส่ใจการตัดสินใจของชาจิ่วแม้แต่น้อย
ทว่าชั่วพริบตาถัดมา เขากลับยื่นนิ้วออกมาอย่างเกียจคร้านอีกครั้ง ปลายนิ้วขาวดุจหยกหยุดอยู่ตรงหน้าชาจิ่ว
ชาจิ่วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลังเลแล้วโน้มหน้าผากเข้าไปหา
ทันทีที่ปลายนิ้วแตะหน้าผาก โลหิตเทพหยดเล็ก ๆ ก็ไหลเข้าสู่ร่างของชาจิ่วอีกครั้ง
พลังอันมหาศาลแต่แฝงความอ่อนโยนไหลเวียนผ่านกระดูกและเส้นเอ็นทุกส่วน แสงเทพเลือนรางปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของชาจิ่ว ก่อนจะก่อกำเนิดเป็นตราดอกบัวสีทอง
เทพชื่อฉื้อประทานตราเทพดอกบัวให้ชาจิ่วอีกครั้ง
แสงเจิดจรัสและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าตราดอกบัวสีแดงบนหน้าผากของจิงหลีในคราก่อน
ชาจิ่วประหลาดใจ ก่อนจะจุมพิตหลังมือของเทพชื่อฉื้อเพื่อแสดงความขอบคุณอีกครั้ง
หลังชาจิ่วก้าวออกจากประตูกระจก ทุกคนก็สังเกตเห็นตราดอกบัวสีทองบนหน้าผากของนางในเวลาไม่นาน
「นั่นคือตราเทพ!」ใครคนหนึ่งร้องอุทาน 「เทพชื่อฉื้อยอมรับนักบุญหญิงจิงหลีแล้ว!」
ตราดอกบัวนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับจากเทพชื่อฉื้อ และเป็นเครื่องหมายแสดงฐานะของนักบุญหญิงในทุกรุ่น
เจ้าสำนักหลิงซวีลำเอียงเข้าข้างหลิงซีแล้วอย่างไรเล่า?
นางยังเข้าไปในประตูกระจกไม่ได้ด้วยซ้ำ
ส่วนชาจิ่วผู้ถูกสำนักหลิงซวีทอดทิ้ง กลับได้รับการยอมรับจากเทพชื่อฉื้ออีกครั้ง
สำนักอื่น ๆ ที่มาร่วมชมพิธีต่างส่ายหน้าถอนใจ ต่างเห็นว่าเหิงซานเยว่สายตาคับแคบและไม่รู้จักดูคน
หลิงซีฟื้นตัวขึ้นมากแล้วจากการรักษาของเหิงซานเยว่ นางนอนอยู่ในอ้อมแขนอาจารย์ มองชาจิ่วที่เดินออกมาจากประตูกระจกด้วยความไม่ยินยอม
