วันที่ 30 มีนาคม เป็นวันมงคลเหมาะแก่การแต่งงาน
เพียงเพราะประโยคนี้ เจียงจือจึงถูกอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนซึ่งเป็นอาจารย์ผู้มีพระคุณของเธอส่งมานัดดูตัว
เมื่อมาถึงร้านอาหารที่นัดหมายไว้ เจียงจือเดินเข้าไปกวาดตามองรอบ ๆ ก่อนจะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงมุมร้าน เขาสวมชุดลำลองสีกาแฟอ่อน
เจียงจือเดินเข้าไปหาเขา
เพียงมองแวบเดียว เธอก็เห็นใบหน้าด้านข้างที่คุ้นตาอยู่บ้าง
แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
“สวัสดีค่ะ คุณสวี่ใช่ไหมคะ?”
สวี่อู๋หยางหันมามองเจียงจือ
ทันทีที่เห็นเธอ เขาก็นิ่งงันไปชั่วขณะ
เจียงจือสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีแอปริคอตคลุมด้วยเสื้อไหมพรมถักสีฟ้าอ่อน
ผมยาวสลวยรวบไว้ด้านข้าง ติดกิ๊บรูปผีเสื้อเอาไว้
สวี่อู๋หยางได้สติ ก่อนลุกขึ้นยื่นมือให้เจียงจือ “สวัสดีครับ ผมชื่อสวี่อู๋หยาง”
เจียงจือจับมือที่เขายื่นมาเบา ๆ แล้วปล่อย
“เจียงจือค่ะ”
“คุณเจียง เชิญนั่งครับ”
เจียงจือนั่งลงตรงข้ามสวี่อู๋หยาง ครั้นเงยหน้าขึ้นจึงได้เห็นหน้าตาของเขาชัดเจน
สวี่อู๋หยางมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียวยาวหางตาชี้ขึ้น
เมื่อรับกับผมหน้าม้าสั้นเหนือคิ้ว ก็ยิ่งทำให้เขาดูอ่อนโยน
เป็นแบบที่เจียงจือชอบพอดี
“คุณสวี่ดูไม่เหมือนคนที่ต้องออกมานัดดูตัวเลยนะคะ ทำไมถึงตอบตกลงกับอาจารย์ล่ะคะ?” ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าที่สวี่อู๋หยางสวมอยู่
แค่นาฬิกาข้อมือที่เขาใส่มาวันนี้ก็ราคาหลายแสนแล้ว
ผู้ชายที่มีคุณสมบัติดีขนาดนี้กลับออกมานัดดูตัว ทำให้เธออดสงสัยเจตนาของเขาไม่ได้
เมื่อเผชิญกับความสงสัยของเจียงจือ สวี่อู๋หยางเอนหลังพิงเก้าอี้ พลางยักไหล่อย่างจนใจ “ปีนี้ผมอายุ 27 แล้ว ถอนหมั้นมาครึ่งปีแต่ก็ไม่ได้คบหากับผู้หญิงคนไหน คุณปู่กลัวว่าผมจะไม่มีใครเอา เลยยืนกรานให้เพื่อนเก่าของท่านแนะนำคนให้รู้จักครับ”
เจียงจือกระแอมเบา ๆ ช่างเป็นโลกใบเดียวกัน ผู้ใหญ่ก็เหมือนกันจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ”
“ฉันชื่อเจียงจือ เป็นครูสอนภาษาจีนอยู่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง...”
เจียงจือยังพูดไม่ทันจบ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร
พอเข้ามา เขาก็ตรงไปยังโต๊ะที่เจียงจือกับสวี่อู๋หยางนั่งอยู่
เขาไม่สนใจสวี่อู๋หยางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ยื่นมือมาคว้าข้อมือเจียงจือแล้วตวาดเสียงกร้าว “ดีนักนะ เจียงจือ! รับสินสอดจากบ้านฉันไปตั้งแสนหยวนแล้วยังกล้ามานัดดูตัวอีก!”
ชายที่จู่ ๆ ก็โผล่มา แถมข้อมือยังเจ็บ ทำให้แววตาของเจียงจือเย็นเยียบ เธอขยับข้อมืออย่างแนบเนียน สะบัดมือหลุดจากมืออีกฝ่าย
“คุณเป็นใคร ฉันไม่รู้จักคุณ”
ชายคนนั้นดูเหมือนจะเดาได้อยู่แล้วว่าเจียงจือจะพูดอะไร จึงหันไปประกาศกับทุกคนในร้าน “ทุกคนมาดูเร็ว! ครูโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่งรับสินสอดแล้วกลับคำ!”
ลูกค้าในร้านมองมาทางนี้กันอยู่ก่อนแล้ว พอได้ยินคำพูดของชายคนนั้น ต่างก็พากันเข้ามามุงดู
แต่ไม่มีใครเชื่อคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวของเขา เพราะการแต่งกายของเจียงจือไม่ได้ดูเหมือนคนที่จะโลภเงินสินสอดแค่แสนหยวน
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่เชื่อ ชายคนนั้นก็หยิบหลักฐานการโอนเงินออกจากกระเป๋า ชี้หน้าเจียงจือพลางกล่าวหา “เจียงจือรับสินสอดจากฉันไปแล้ว ตกลงกันว่าจะไปจดทะเบียน แต่กลับมานัดดูตัวกับผู้ชายคนอื่นที่นี่!”
สวี่อู๋หยางกำลังจะพูด แต่เจียงจือส่ายหน้าให้เขาเป็นเชิงห้ามไม่ให้เข้ามายุ่ง
“สุดหล่อ เจียงจือเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินและรักความหรูหรา อย่าโดนเธอหลอกเชียว”
เดิมทีสวี่อู๋หยางตั้งใจทำตามที่เจียงจือบอกและไม่พูดอะไร แต่เมื่ออีกฝ่ายลากเขาเข้ามาเกี่ยวด้วย เขาก็เงียบต่อไปไม่ได้แล้ว
สวี่อู๋หยางเอนหลังพิงเก้าอี้ ถามด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “คุณบอกว่าคุณครูเจียงโลภเงินสินสอดจากบ้านคุณไปแสนหยวนงั้นเหรอ?”
“ใช่!”
คำตอบหนักแน่นของอีกฝ่ายทำให้สวี่อู๋หยางอดหัวเราะไม่ได้
“คุณรู้ไหมว่าเครื่องประดับที่คุณครูเจียงใส่วันนี้ ทั้งสร้อยคอ กำไล และกระเป๋าที่สะพาย รวมกันราคาเท่าไร?”
ชายคนนั้นมองเครื่องประดับกับกระเป๋าที่ดูราคาถูกของเจียงจือ แล้วพูดอย่างดูแคลน “อย่างมากก็ไม่กี่พันหยวน”
เจียงจือเปิดประวัติการซื้อของให้ดู “กระเป๋า รุ่นคลาสสิกของชาแนล ราคา 84,000 หยวน”
“สร้อยคอ 74,000 หยวน กำไล 210,000 หยวน”
“รวมเสื้อผ้ากับรองเท้าที่ฉันใส่อยู่ วันนี้ทั้งตัวก็ราคา 500,000 หยวนแล้ว”
เมื่อได้ยินว่ากระเป๋าใบเดียวของเจียงจือราคาเกิน 80,000 หยวน สีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปทันที
ตอนเขามา คนที่อยู่เบื้องหลังบอกแค่ว่าเจียงจืออยู่คนเดียว ไม่มีภูมิหลังอะไร
ไม่ได้บอกว่าเธอมีเงินมากขนาดนี้
เมื่อรู้ตัวว่าหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาและทำงานไม่สำเร็จ ชายคนนั้นก็หันหลังคิดจะหนี แต่ยังไม่ทันออกจากร้าน สวี่อู๋หยางก็ลุกขึ้นคว้าคอเสื้อกระชากกลับมาแล้วเหวี่ยงลงกับพื้น
เจียงจือมองชายที่ล้มอยู่บนพื้น ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วถาม “พูดมา ใครใช้ให้คุณมาใส่ร้ายฉัน ทำลายชื่อเสียงฉัน?”
“มะ...ไม่มีใครครับ” ชายคนนั้นหันหน้าหนีอย่างกระอักกระอ่วน ไม่กล้าสบตาเจียงจือ
เจียงจือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้าจอเตรียมโทรแจ้งตำรวจที่หมายเลข 110
“ถ้าคุณไม่ยอมบอก ฉันก็จะโทรแจ้งตำรวจ ให้พวกเขามาสืบเอง”
พอได้ยินว่าเจียงจือจะโทรแจ้งตำรวจ ชายคนนั้นก็รีบคุกเข่าขอร้องไม่หยุด
“คุณครูเจียง ผมผิดไปแล้ว ขอร้องอย่าแจ้งตำรวจเลยครับ”
“ไม่แจ้งก็ได้ ใครใช้ให้คุณมา?”
“โจวหางครับ เขาให้เงินผม 10,000 หยวน ให้มาขัดขวางการนัดดูตัวของคุณ ทำลายชื่อเสียงคุณ ให้คนอื่นเชื่อว่าคุณเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินและรักความหรูหรา” เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องติดคุก ชายคนนั้นจึงขายคนที่อยู่เบื้องหลัง
โจวหางงั้นเหรอ?
ชื่อดังกล่าวทำให้แววตาของเจียงจือเผยความรังเกียจวูบหนึ่ง
“หลักฐานล่ะ?”
ชายคนนั้นลนลานหยิบโทรศัพท์ออกมา “ผะ...ผมมีไฟล์บันทึกเสียงครับ”
เจียงจือให้เขาส่งไฟล์บันทึกเสียงมา พอบันทึกเก็บไว้เรียบร้อยแล้วจึงพูดว่า “ไปได้แล้ว ต่อไปอย่าหาเงินด้วยวิธีไร้สำนึกแบบนี้อีก”
“ขอบคุณครับ คุณครูเจียง” ชายคนนั้นรีบออกไป ไม่กล้ารั้งรอ
หลังจากเขาออกไป ผู้คนเห็นว่าไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ต่างก็กลับไปนั่งกินอาหารที่โต๊ะของตัวเอง
“คุณสวี่ ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องเจอเรื่องวุ่นวาย”
“โจวหางเป็นคนที่โรงเรียนคุณเหรอครับ?”
เจียงจือพยักหน้า “เขาสารภาพรักกับฉันโดยมีจุดประสงค์บางอย่าง แต่ฉันปฏิเสธไปค่ะ”
“ทำไมเหรอครับ?”
“ปีนี้เราสองคนกำลังแข่งกันเพื่อเลื่อนตำแหน่งเป็นครูอาวุโส เขาคิดว่าถ้าฉันเป็นแฟนเขา ฉันก็คงยอมถอย แล้วเขาก็จะได้เลื่อนตำแหน่งค่ะ” เจียงจือเล่าความสัมพันธ์ที่เป็นคู่แข่งกันระหว่างเธอกับโจวหางให้สวี่อู๋หยางฟัง
สีหน้าของสวี่อู๋หยางดูแปลกไปเล็กน้อย
จะเป็นไปได้ไหมว่า
ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำไปเพื่อเลื่อนตำแหน่ง แต่เพราะเงินของเจียงจือ?
“คุณครูเจียง ผมชื่อสวี่อู๋หยาง ตอนนี้ดูแลบริษัทของครอบครัวอยู่ครับ”
“ผมชอบคุณมากครับ” ไม่ว่าจะเป็นนิสัย หน้าตา หรือความใจเย็นและสุขุมยามต้องเผชิญเรื่องไม่คาดฝัน ทุกอย่างทำให้สวี่อู๋หยางชอบเธอมาก
“บังเอิญจังค่ะ ฉันก็เหมือนกัน”
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน
สวี่อู๋หยางยื่นเมนูให้เจียงจือ “ผมสั่งอาหารพวกนี้ไปแล้ว คุณลองดูสิครับว่าอยากกินอะไรอีกไหม”
เจียงจือมองอาหารที่สวี่อู๋หยางสั่ง มีอยู่สองอย่างที่เธอชอบ
เธอจึงสั่งซุปเพิ่มอีกอย่าง
ระหว่างกินข้าว ทั้งคู่ยิ่งคุยกันก็ยิ่งพอใจในตัวอีกฝ่าย
หลังจ่ายเงิน ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหาร สวี่อู๋หยางหันมองใบหน้าด้านข้างของเจียงจือ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอผู้หญิงซึ่งทำให้เขาพอใจได้มากตั้งแต่แรกพบ
ความรู้สึกนั้นทำให้สวี่อู๋หยางคิดอยากพาเธอกลับบ้าน
ความคิดในหัวพลิกวนไปมา สุดท้ายสวี่อู๋หยางก็เอ่ยขึ้น “คุณครูเจียง สนใจแต่งงานกับผมไหมครับ?”
