นักแสดงหญิงที่รับบทนางเอกเล่นพลาดตั้งแต่เทกแรก
สีหน้าของเธอตรงไปตรงมาเกินไป ความเกลียดชังฉายชัดอยู่บนใบหน้า
ผู้กำกับสั่งคัตแล้วเดินเข้าไปอธิบายฉากให้เธอฟัง “ถึงเธอจะเกิดใหม่และรู้ว่าอนาคตผู้หญิงคนนั้นจะทำร้ายเธอ แต่ตอนนี้ยังแตกหักกับเขาไม่ได้ เธออยู่ในเมือง จะกลับมาที่นี่ได้ตลอดเวลาเสียที่ไหน แม่ของเธอยังต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป เพราะงั้นสีหน้าอย่าแสดงออกมากเกินไป”
เทกที่สอง สีหน้าของนางเอกผ่อนลงมาบ้าง ดูดีขึ้นไม่น้อย แต่ผู้กำกับก็ยังสั่งคัตอยู่ดี
ผู้กำกับเอามือเท้าคาง มองนักแสดงหญิงที่รับบทนางเอกสลับกับอ้วนลิ่งฮวา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเอ่ยว่า “ถ่ายอีกเทก”
ถ่ายซ้ำติดกันสี่ห้าเทกแล้ว ผู้กำกับก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร แค่รู้สึกว่ายังไม่พอใจ
อ้วนลิ่งฮวาเห็นเหงื่อซึมตรงหน้าผากกับปลายจมูกของนักแสดงหญิงที่รับบทนางเอก จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกระซิบบอกเธอว่า “อย่ามองฉันเป็นศัตรู มองฉันเป็นฆาตกรก็พอ เรื่องนี้มีแค่เธอที่รู้ เธอกลัวฉัน แต่ไม่กล้าให้ฉันดูออก ถึงบนหน้าจะยิ้มอยู่ แต่ในใจสั่นไปหมด”
นักแสดงหญิงที่รับบทนางเอกครุ่นคิดตาม แล้วกระซิบขอบคุณเบา ๆ
เริ่มใหม่อีกครั้ง อ้วนลิ่งฮวายืนประจำที่ นางเอกผลักประตูเข้ามา เธอหันกลับไป สีหน้าร้ายกาจก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเมตตาในพริบตา
“อ้าว หลานสาวคนโตกลับมาแล้วหรือ!”
เธอเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปจับมือนางเอก
แต่จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้จับมือแน่น มีเพียงนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางของมือซ้ายที่หนีบมือของนางเอกแล้วยกขึ้น มือขวาตบเบา ๆ หนึ่งที จากนั้นก็ปล่อยมือแล้วชักกลับ
มือของแม่ม่ายร้องไห้เรียกคนตายเป็นมือที่ใช้เช็ดหน้าศพ เธอไม่มีทางจับมือคนเป็นอย่างจริงใจ
“รีบไปหาแม่เธอเถอะ เขาน่ะเอาแต่พูดถึงเธอทุกวัน พูดไม่หยุด กินอะไรก็ไม่ลง งานการก็แทบทำไม่ไหว บอกว่าเธอไปลำบากอยู่ในเมือง” อ้วนลิ่งฮวาพูดพลางหันไปตะโกนเรียกแม่ของนางเอก “น้องสะใภ้ ลูกสาวเธอกลับมาแล้ว!”
