วันนี้หลินเสี่ยวอวี่ทำงานล่วงเวลา กว่าจะกลับถึงบ้านฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ตอนเธอเปลี่ยนรองเท้า คุณยายก็พูดขึ้นว่า “กลับมาแล้วเหรอ รีบไปล้างมือแล้วมากินข้าวเร็ว ยายอุ่นกับข้าวไว้ให้แล้ว”
หลินเสี่ยวอวี่ขานรับ ก่อนเดินไปล้างมือในครัวแล้วถือโอกาสยกกับข้าวออกมาด้วย
คุณยายตักแกงให้เธอหนึ่งถ้วย ส่วนตัวเองนั่งมองเธอกินอยู่ข้าง ๆ มองไปได้พักหนึ่ง จู่ ๆ ก็ถามว่า “เสี่ยวอวี่ นักแสดงคนนั้นที่หนูพูดถึงคราวก่อน คนที่เล่นเป็นแม่ม่ายร้องไห้เรียกคนตาย แล้วก็เล่นเป็นคนหิวโซน่ะ หนังเรื่องใหม่ของเขาจะฉายแล้วเหรอ”
หลินเสี่ยวอวี่ยังเคี้ยวข้าวอยู่ รีบกลืนลงคอแล้วตอบ “อ๋อ ๆ ๆ” จากนั้นวางตะเกียบแล้วบอกว่า “ฉายแล้ว ๆ! เพิ่งลงวันนี้เลย!” เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดการถ่ายทอดภาพขึ้นจอ แล้วเปิดโทรทัศน์
คุณยายไม่มองเธอกินข้าวแล้ว ย้ายไปนั่งดูอย่างตั้งอกตั้งใจบนโซฟา
เห็นท่าทางของคุณยายแล้ว หลินเสี่ยวอวี่ก็แอบยิ้ม
ในฐานะหัวหน้าแก๊ง “แฟนคลับดอกบัว” แห่ง “พันธมิตรเหลียน” เธอเป็นแฟนคลับที่ทุ่มเทสุด ๆ พอละครเรื่องใหม่ของพี่สาวเหลียนฮวาออก เธอก็ต้องรีบแนะนำให้คนในครอบครัวดูก่อนใคร! เธอเปลี่ยนที่นั่ง นั่งดูไปกินข้าวไป
ในละครเรื่องใหม่นี้ หวังเหลียนฮวารับบทเป็นแม่สูงวัยที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์
ต้นตอนแรก เธอจำลูกสะใภ้ผิดว่าเป็นเพื่อนบ้านที่แวะมาเยี่ยม พอใกล้จบตอนที่สอง ลูกชายตะคอกใส่เธอ แต่เธอกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย ยังยิ้มถามลูกชายอีกว่าอยากกินซี่โครงตุ๋นไหม
ฉากต่อมาทำให้หลินเสี่ยวอวี่ร้องไห้
ที่จริงเนื้อเรื่องไม่ได้ซึ้งกินใจเป็นพิเศษ เพลงประกอบก็ไม่ได้ชวนให้ร้องไห้ แต่หวังเหลียนฮวาแสดงได้สมจริงเกินไป ทั้งแววตาที่เปลี่ยนไป สีหน้าที่แปรเปลี่ยน มือที่สั่นจนทำน้ำหกลงบนโต๊ะแล้วไม่ได้เช็ด รายละเอียดเหล่านี้ทำให้แม้แต่คนที่ไม่เคยเจอผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ก็ยังเชื่อจากใจได้ว่าหญิงชราคนนั้นเป็นผู้ป่วยจริง ๆ
