ถ้าถามว่าจิวเพ่ย์เชื่อเรื่องผีสางหรือเปล่า แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อ
แต่บางครั้งเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับว่าจะเชื่อหรือไม่ เพราะมันเกี่ยวพันถึงความปลอดภัย จะเชื่อไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ดีกว่าไม่เชื่อแล้วเกิดเรื่อง
พอเห็นหลอดไฟแตก จิวเพ่ย์ก็สะดุ้ง รีบปกป้องอ้วนลิ่งฮวาไว้ “พี่ เรารีบไปกันเถอะ ผมว่าที่นี่มันแปลก ๆ จริง ๆ...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ผู้ช่วยผู้กำกับคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา ประนมมือพูดกับอ้วนลิ่งฮวา “คุณอ้วนลิ่งฮวาใช่ไหมครับ? ขอโทษจริง ๆ ครับ ทำให้ตกใจหรือเปล่า? เป็นความสะเพร่าของทีมงานพวกเราเอง!
“คุณคงได้ยินข่าวลือพวกนั้นแล้วใช่ไหมครับ? ลือกันไปเองทั้งนั้น นักแสดงนำคุณเกอที่อยู่ก่อนหน้านี้ข้อเท้าแพลง เพราะส้นสูงที่ใส่ถ่ายโฆษณาไม่พอดี ส่วนเรื่องชั้นวางอุปกรณ์ประกอบฉากก็เพราะผู้จัดการกองสองคนทะเลาะกัน แล้วเผลอชนเข้าเอง ส่วนผู้กำกับ...เขาถูกซ้อม... เอ่อ ไม่ใช่ครับ เขาแค่เดินพลาดตกบันได ปากเลยแตกนิดหน่อย”
พอพูดถึงแผลตรงมุมปากของผู้กำกับ เขาก็อึกอักขึ้นมา
อ้วนลิ่งฮวาเห็นท่าทางเขาก็เข้าใจทันที แผลตรงมุมปากของผู้กำกับเหมือนกับแผลของชายคนหนึ่งที่เธอเคยเห็น ซึ่งถูกภรรยาข่วนหน้า
จิวเพ่ย์กลับไม่ทันสังเกตความผิดปกติ กำลังจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แต่แขนกลับถูกอ้วนลิ่งฮวาตบเบา ๆ เขาจึงเงียบแล้วหันไปมองเธอ
อ้วนลิ่งฮวายิ้มให้ผู้ช่วยผู้กำกับ “ฉันคืออ้วนลิ่งฮวา มาทดสอบบทค่ะ”
ผู้ช่วยผู้กำกับได้ยินดังนั้นก็ดีใจมาก รีบบอกว่า “ดีเลยครับ! ผมพาคุณไปพบผู้กำกับจาง”
ที่จริงผู้กำกับจางเป็นคนระบุให้เชิญอ้วนลิ่งฮวามาทดสอบบทโดยเฉพาะ เหตุผลคือเขานับถือพุทธ ก่อนหน้านี้ได้ดูตัวอย่างการแสดงบทนักพรตอู๋เนี่ยนของอ้วนลิ่งฮวาแล้วก็ทึ่งจนพูดไม่ออก
