ใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในน้ำเต็มไปด้วยริ้วรอย แววตาขุ่นมัว
“ฉันไม่ได้ติดค้างใคร” เธอพูดเสียงหนัก “พวกเขาต่างหากที่ติดค้างฉัน!”
“พี่สาวฉันติดค้างฉัน! ไอ้แซ่สวีก็ติดค้างฉันเหมือนกัน! ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ฉันจะกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง?”
“พวกแกไม่เข้าใจหรอก! ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน แล้วมีสิทธิ์อะไรมาตำหนิฉัน!?”
น้ำเสียงของเธอแตกพร่าและบ้าคลั่ง ดังขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น
แต่เพียงชั่วพริบตา เธอก็สงบลงกะทันหัน ใบหน้าเผยความดื้อรั้นเจือความผิดปกติ
“ฉันไม่ได้ทำผิด” เธอพึมพำกับตัวเอง
ฝูงปลาก้นบ่อราวกับถูกปลุกให้ตื่น พวกมันว่ายพรวดขึ้นมา จิกผิวน้ำทีหนึ่งแล้วดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว
ผิวน้ำกระเพื่อมเบา ๆ ระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปโดยรอบ จู่ ๆ เธอก็หัวเราะ รอยยิ้มนั้นดูน่าสยดสยองท่ามกลางเงาสะท้อนที่แตกพร่าและสั่นไหว
“ฉันไม่เสียใจ! ถ้าได้เริ่มใหม่อีกครั้ง ฉันก็จะทำแบบเดิม” เธอพูดพลางหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไม่มีแววรู้สึกผิดแม้แต่น้อย “ฉันก็จะช่วยเขาเก็บกวาดเรื่องที่เหลือ ช่วยฝังศพ แล้วก็ช่วยโหมไฟให้ลุกแรงขึ้นอีก”
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร รอบด้านก็เงียบสงัดลงอย่างยิ่ง
ไร้แม้แต่สายลม ใบไผ่นิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็ง
ฝูงปลาก้นบ่อลอยขึ้นมา พวกมันหยุดนิ่งบนผิวน้ำ คล้ายกำลังรออะไรบางอย่าง
“เธอควรไปได้แล้ว”
เสียงสงบนุ่มดังขึ้น คล้ายมีเสียงกังวานของระฆังจากห้วงเวลาอันไกลโพ้นติดมาด้วย
เสียงกังวานนั้นเหมือนกลีบดอกไม้ร่วงแตะผิวน้ำ ก่อเกิดระลอกคลื่นซ้อนกันเป็นชั้น
