เจียนไป่หานมองท่าทางของเธอแล้ว หัวใจก็อ่อนยวบลง ทว่าทันใดนั้นกลับถูกบางสิ่งที่หนักอึ้งยิ่งกว่ากดทับลงมา
“โลกใบนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ใช่ว่าเธอซื่อบริสุทธิ์และจิตใจดี แล้วคนอื่นจะเห็นอกเห็นใจเธอ บางครั้งยิ่งเธออ่อนข้อให้ คนอื่นก็ยิ่งคิดว่าเธอรังแกได้ง่าย”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง ทว่าหนักอึ้งราวกับรัตติกาล “ถ้าฉันเป็นเธอ เมื่อครู่ฉันจะเลือกแจ้งความ”
หวานหลี่ชะงักไป หยาดน้ำตาเกาะอยู่บนขนตา ราวกับจะหยดก็ไม่หยด
แสงไฟสลัวสาดมาจากด้านข้าง ทอดเงาของทั้งคู่ให้ยาวเหยียด ครึ่งหนึ่งอยู่ในแสง อีกครึ่งอยู่ในความมืด
หัวใจของเธอไหววูบ คนคนนี้ดูจะไม่เหมือน “บุรุษผู้สง่างามผ่องใส” อย่างที่เล่าลือกันสักเท่าไร
แต่ก็จริง ครอบครัวแบบนั้นจะเลี้ยงกระต่ายน้อยไร้เดียงสาออกมาได้อย่างไร
เธอรู้สึกภูมิใจขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเขาที่คนอื่นไม่เคยเห็น
เจียนไป่หานพูดจบ เห็นหวานหลี่จ้องมองเขานิ่งงัน ราวกับคำพูดเมื่อครู่กระทบใจเธอเข้า
แล้วเขาก็รู้สึกว่าตนไม่ควรทำให้ความบริสุทธิ์ของเธอแปดเปื้อน จึงผ่อนน้ำเสียงลง ก่อนจะพูดเสริมอีกสองสามประโยค
“แต่เธอเป็นผู้หญิง สังคมมักเรียกร้องจากผู้หญิงเข้มงวดกว่าเสมอ ถ้าเธอแจ้งความจริง ๆ แล้วเรื่องบานปลาย พรุ่งนี้ในมหาวิทยาลัยจะมีคำพูดอะไรแพร่ไปบ้าง... เรื่องนั้นควบคุมไม่ได้ และไม่เป็นผลดีกับเธอด้วย สู้ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กดีกว่า ฉันรับรองว่าพวกเธอไม่กล้าเอาเรื่องไปพูดเหลวไหลข้างนอก”
หวานหลี่พยักหน้าช้า ๆ ขนตาหลุบลง ก่อนจะเงยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงนุ่มเบา
“ขอบคุณรุ่นพี่ที่บอกเรื่องพวกนี้กับฉันนะคะ... ฉันเหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว”
