เสียงฝีเท้าเร่งรีบจากที่ไกล ๆ ทำลายความเงียบสงัดในป่า
จางสวี่รีบเดินฝ่าทุ่งหญ้าเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนก “คุณฟู่ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”
สิ้นเสียงพูด บอดี้การ์ดก็กรูกันเข้ามาล้อมทันที
คนครึ่งหนึ่งเริ่มตรวจสอบจุดเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ด้านบน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายซ้ำ
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งล้อมเป็นวง ปิดกั้นบริเวณนี้เอาไว้
ทีมแพทย์ตามมาติด ๆ เสื้อกาวน์สีขาวแหวกฝูงชนเข้ามาตรวจอาการบาดเจ็บของฟู่เฟิงอัน
เสียงพูดคุย เสียงฝีเท้า และเสียงเปิดปิดอุปกรณ์ประสานปะปนกันไปหมด
ฟู่เฟิงอันมองไปยังที่ไกล ๆ ในชั่วขณะที่เลือนราง เขารู้สึกเหมือนมุมปากของฉินยู่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เขาส่ายหน้า พอมองอีกครั้งก็เห็นเพียงแววตาที่เป็นห่วงเขา
ท่ามกลางความวุ่นวาย อานอี้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ทั้งหมด
สายตาของเธอกวาดมองคนทั้งสามไปมา คล้ายไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
หวานหลี่ยืนอยู่กับที่ มองฟู่เฟิงอันซึ่งถูกล้อมไว้หลายชั้น
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านหลัง ฉินเจินวิ่งเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “พี่ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เสียงเรียกนั้นดึงความสนใจของหวานหลี่กลับมา
เธอหันขวับไป เห็นฉินยู่ยืนอยู่ห่างจากเธอไปสองก้าว
ร่างสูงของชายหนุ่มยังคงสง่างามเช่นเดิม ทว่าทั่วร่างกลับแผ่กลิ่นอายเย็นชาและเงียบงัน
หวานหลี่ชะงักไป ก่อนก้าวเข้าไปหา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “ฉินยู่ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
พูดจบ เธอถึงได้เห็นรอยแดงเด่นชัดบนแก้มด้านข้างของเขา
