ห้านาทีต่อมา
ประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก
ฉู่หว่านหนิงเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านเรียบร้อยธรรมดา ๆ ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังหลินฝาน ดูราวกับนักเรียนที่ทำผิดแล้วถูกเรียกไปห้องปกครอง
ส่วนหลินฝานสวมชุดลำลอง สีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย
เสิ่นเยว่ฮวานั่งไขว่ห้างอยู่ตรงกลางโซฟา
เธอไม่ได้มองฉู่หว่านหนิง แต่กลับจ้องหลินฝานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลางกวาดตามองไปมา
หน้าตาก็ดูสะอาดสะอ้าน รูปร่างก็แข็งแรงดี แต่เสื้อผ้าทั้งตัวของเขารวมกันแล้ว เกรงว่ายังจ่ายค่าดูแลกระเป๋าของเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
สิ่งที่ทำให้เสิ่นเยว่ฮวาประหลาดใจที่สุดคือแววตาของเด็กหนุ่มคนนี้
ถ้าเป็นคนวัยเดียวกันคนอื่น ถูกเธอจ้องแบบนี้คงขาสั่น หลบตาไปนานแล้ว
แต่เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เพียงไม่หลบ กลับสบตาเธอตรง ๆ มุมปากยังมีรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับจะยิ้มก็ไม่ใช่ ไม่ยิ้มก็ไม่เชิง
ความนิ่งแบบนี้ ไม่เหมือนนักศึกษาทั่วไปเลย
“นั่งสิ”
เสิ่นเยว่ฮวาชี้ไปยังโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม
ฉู่หว่านหนิงกำลังจะนั่งลงข้างหลินฝาน ก็ถูกสายตาเชือดเฉือนของเสิ่นเยว่ฮวาตรึงไว้กับที่ “เธอยืนอยู่ตรงนั้นแหละ!”
ฉู่หว่านหนิงหดคอ ยืนอยู่ด้านข้างอย่างว่าง่าย ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
หลินฝานไม่เกรงใจ เขานั่งลงบนโซฟา พลางจัดชายเสื้อให้เรียบร้อย
“ชื่ออะไร?”
“หลินฝานครับ”
“คนที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำอะไรอยู่?”
“คนที่นี่ครับ อายุสิบเก้า เป็นนักศึกษาใหม่ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเจียงหนาน” หลินฝานตอบฉะฉาน
พอได้ยินคำว่าอายุสิบเก้าและปีหนึ่ง หางตาของเสิ่นเยว่ฮวากระตุกวูบ
เธอหันไปจ้องฉู่หว่านหนิงอย่างไม่อยากเชื่อ
อาจารย์มหาวิทยาลัยอายุยี่สิบแปด ดันไปนอนกับนักศึกษาใหม่ปีหนึ่งอายุสิบเก้าที่ตัวเองสอนเนี่ยนะ?!
ฉู่หว่านหนิงถูกสายตาของแม่มองจนแทบอยากหายตัวไปเดี๋ยวนั้น เธอก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม
เสิ่นเยว่ฮวาฝืนข่มความโกรธในใจ ก่อนหันกลับมามองหลินฝาน น้ำเสียงเย็นลงเล็กน้อย “หลินฝานสินะ ในเมื่อเธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเจียงหนาน ก็น่าจะรู้ว่าฉู่หว่านหนิงมีสถานะอะไร”
