ช่วงบ่ายไม่มีเรียน
ในห้องพัก 302 อาคาร 6 อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก
หลี่คั่วยืนอยู่หน้ากระจก ลองเปลี่ยนเสื้อผ้าไปสามชุด สุดท้ายก็เลือกสูทลำลองที่คิดว่าใส่แล้วดูดีมีรสนิยมที่สุด ก่อนฉีดน้ำหอมลงบนข้อมือสองที แล้วจึงดีดนิ้วอย่างพอใจ
“พวกนาย เลิกเล่นเกมแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูดีหน่อย”
หลี่คั่วหันกลับมา ประกาศอย่างลำพองใจว่า “หลี่เมิ่งเหยา ดาวคณะวิทยาลัยภาษาต่างประเทศที่ฉันตามจีบมาตั้งครึ่งเดือน ในที่สุดก็ยอมออกมากินข้าวด้วยแล้ว!”
หวังพั่งจื่อกำลังสวมหูฟังเล่นเกม ไล่สังหารศัตรูในหุบเขาอย่างเมามัน พอได้ยินเข้าก็เผลอขยับเมาส์ หน้าจอกลายเป็นสีเทาทันที
“เชี่ย! นายจีบแม่สาวน้ำแข็งแห่งคณะภาษาต่างประเทศติดจริงเหรอ?”
หวังพั่งจื่อถอดหูฟังออก สีหน้าตกตะลึง “จะไปกินที่ไหน? โรงอาหารชั้นสามหรือร้านอาหารเสฉวนหน้าโรงเรียน?”
“ดูถูกกันเกินไปแล้วมั้ง?”
หลี่คั่วเหลือบมองเขา ก่อนโบกมืออย่างใจกว้าง “วันนี้ฉันอารมณ์ดี จะพาพวกนายเข้าเมืองไปกินของดี ร้านอาหารส่วนตัวไห่เว่ยเซวียน จองห้องไว้เรียบร้อยแล้ว!”
พอได้ยินชื่อไห่เว่ยเซวียน หวังพั่งจื่อก็สูดหายใจเฮือก “คุณชายคั่ว นายไม่เก็บเงินไว้ใช้แล้วเหรอ? ที่นั่นขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลาญเงินของเมืองเจียงหนานเลยนะ!”
จ้าวซื่อปิดหนังสือแล้วดันแว่นกรอบดำขึ้น สีหน้าสงสัย “แพงมากเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่แพงนะ!”
หวังพั่งจื่อนั่งลงบนโต๊ะ เปิดโหมดสารานุกรมเคลื่อนที่ “ที่นั่นไม่มีโซนโต๊ะรวม มีแต่ห้องส่วนตัว ค่าใช้จ่ายต่อหัวเริ่มต้นที่หลายพันหยวน”
“แถมเจ้าของร้านโจวไห่เทานิสัยประหลาดสุด ๆ แต่ละวันรับลูกค้าแค่จำนวนโต๊ะที่กำหนด ถ้าไม่มีฐานะหรือเส้นสาย ต่อให้จองก็ยังไม่มีคิว”
พูดถึงตรงนี้ หวังพั่งจื่อก็ลดเสียงลง แล้วขยับเข้ามาใกล้อย่างลึกลับ “ที่เจ๋งที่สุดคือ พวกนายรู้ไหมว่าเงินก้อนแรกที่เถ้าแก่โจวหาได้มาจากไหน? เล่นเหรียญดิจิทัลน่ะสิ!”
