“พวกคุณกำลังพูดเหลวไหลอะไรกัน?”
เสียงตวาดของลู่ถิงโจวดังขึ้น ทำเอาพวกป้า ๆ ที่กำลังจับกลุ่มซุบซิบสะดุ้งโหยงพร้อมกัน พลางยกมือกุมอกหอบหายใจ
การนินทาคนลับหลังก็ไม่ใช่เรื่องมีจริยธรรมนักอยู่แล้ว พวกเธอมัวแต่พูดกันเพลินจนลืมมองรอบข้าง คราวนี้ถูกคนตระกูลลู่จับได้คาหนังคาเขา ทุกคนจึงได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่กล้าแก้ตัว
แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เคยชอบลู่ถิงโจว พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของเขา ก็คิดว่าเขาคงเจอเรื่องไม่ราบรื่นในกองทัพ จังหวะนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะใส่ไฟ
“ผู้บังคับกองพันลู่ ช่วงนี้คุณไม่อยู่บ้านเลยไม่รู้หรอกค่ะ ซูเยี่ยนอิจฉาซูหวั่นโหรว เลยบังคับให้ทางบ้านช่วยหาโควตาสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ ฉันเห็นผู้พันซูและป้าหลี่กลุ้มจนผมหงอกเพิ่มขึ้นตั้งหลายเส้นในช่วงไม่กี่วันนี้
“หล่อนยังทำเป็นขยันปลอม ๆ ได้ยินว่าจุดตะเกียงอ่านหนังสือจนดึกดื่น ทำตัวแบบนี้ไม่รู้จักใช้ชีวิตเอาเสียเลย ไม่รู้จักประหยัดให้ครอบครัวสามีบ้าง
“โชคดีที่วันนี้คุณกลับมา รีบกลับบ้านไปอบรมหล่อนดี ๆ เถอะค่ะ” หวังให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอีกรอบเสียด้วยซ้ำ
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
ถ้าลู่ถิงโจวไม่รู้ความจริง ก็คงถูกคำซุบซิบจากคนพวกนี้ชักจูงจนคล้อยตาม คิดไปก่อนว่าซูเยี่ยนมีแต่ข้อเสียไปหมด
เมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ?
แต่ตอนนี้เขาจะไม่เชื่อคำพูดของป้า ๆ กับพวกน้า ๆ ปากมากพวกนี้อีกแล้ว เขารู้ดีว่าซูเยี่ยนมีเหตุผลของเธอ และจะไม่ยอมให้คนพวกนี้ใส่ร้ายเธอตามใจชอบอีก
