เจียงซูว์ยืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นเฟิง
เจียงซูว์เดินมาหยุดห่างจากเสิ่นเฟิงไม่ถึงครึ่งเมตร เขาก้มหน้าลง ก่อนจะเห็นเรียวขางามในถุงน่องสีดำกับรองเท้าหนังหุ้มส้นคู่เล็กปรากฏขึ้นในสายตา
เจียงซูว์คงไม่ได้จะ…
“เลิกแกล้งทำ ฉันรู้ว่านายคิดอะไรกับฉัน”
พอได้ยินเสียงหนักแน่นของเจียงซูว์ดังข้างหู เสิ่นเฟิงก็ชะงักไป ก่อนจะถอนหายใจโล่งอก
รอดตัวไปที ชีวิตน้อย ๆ ยังอยู่ครบ
แต่แค่เขาชอบเจียงซูว์ ก็จะทำให้เธอยอมปล่อยเขาไปงั้นเหรอ?
เรื่องคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกมั้ง?
เธอเป็นนางร้ายใจโฉดเชียวนะ จะใจดีขนาดนี้ได้ยังไง?
“ห้ามขยับ”
เสียงเด็ดขาดดังขึ้นอีกครั้ง
เจียงซูว์ยื่นมือมา ใช้นิ้วเรียวสองนิ้วจับคางเขาไว้
นิ้วของเธอนุ่มและงดงาม ราวกับหยกมันแพะที่ได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งยังเย็นนิด ๆ อีกด้วย
แล้วเธอจะทำอะไรล่ะ?
หรือว่าเธอจะทำเรื่องลับ ๆ ล่อ ๆ กับเขา?
เดี๋ยวก่อนนะ ในต้นฉบับเจียงซูว์พยายามแทบตายเพื่อแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเย่อู๋เต้า สุดท้ายก็เพื่อรักษาฐานะของตัวเองในตระกูลเจียงให้มั่นคง
เพื่ออำนาจและตำแหน่ง เธอทำได้ทุกอย่าง ราวกับเครื่องจักรคำนวณอันแม่นยำที่เดินหน้าตามแผนซึ่งวางไว้ทุกขั้นตอนอย่างไร้ที่ติ
แต่ตอนนี้เจียงซูว์กลับยอมปล่อยเขาไปเสียอย่างนั้น…
อย่าบอกนะว่าเธอชอบเขาจริง ๆ?
เจียงซูว์จับคางเสิ่นเฟิงไว้ กวาดตามองใบหน้าของเขาไปมาสองสามรอบ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ
“หน้าตาใช้ได้”
หนังตาเสิ่นเฟิงกระตุก
หืม?
หรือว่าเจียงซูว์นอกจากจะมีป้ายกำกับว่าเป็นนางร้ายในหนังสือแล้ว ตัวจริงยังเป็นพวกหลงหน้าตาอีกด้วย? ที่ยอมปล่อยเขาไปเพราะถูกใจหน้าตาเขางั้นเหรอ?
ซี๊ด…
ถ้าอย่างนั้นต่อไปคงจะ…
ฉากติดเรตเหรอ???
“ถอดเสื้อ”
สมองเสิ่นเฟิงค้างไปเลย เดาถูกจริง ๆ งั้นเหรอ?
ไม่!
เป็นไปไม่ได้ เจียงซูว์ไม่ใช่คนตื้นเขินแบบนั้นแน่ เธอต้องมีเหตุผลของตัวเอง บางทีอาจคิดวิธีใช้ประโยชน์จากเขาไว้แล้วก็ได้…
“ทำไม ไม่ถอด? หรือจะให้ฉันช่วย?”
“คะ…คุณหนู ผม…”
“ชู่ว… บอกให้ถอดก็ถอด”
……
ด้านนอกประตู อาหู่กับอาหลงหมดหวังจนใจตายสนิท
ขาทั้งสองคนสั่นพั่บ ๆ พวกเขามองหน้ากันแวบหนึ่ง ต่างก็เห็นความหวาดกลัวในแววตาอีกฝ่าย
แย่แล้ว งานไม่คืบหน้า คราวนี้คงต้องโดนถ่วงน้ำแน่…
ภายในห้องทำงาน
เจียงซูว์กวาดตามองร่างกายท่อนบนของเสิ่นเฟิงอย่างละเอียด เขาเป็นยอดฝีมือที่ตระกูลเจียงฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก แถมยังเรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง รูปร่างจึงไม่แพ้หนุ่มกล้ามบางในฟิตเนสเลย
แก้มของเจียงซูว์ขึ้นสีชมพูระเรื่อ แต่ภายใต้ออร่าทรงอำนาจของเธอ ความเขินอายแบบสาวน้อยก็ถูกกลบไปอย่างรวดเร็ว หากไม่นับนิ้วมือที่สั่นน้อย ๆ ของเธอ
เจียงซูว์หน้าแดงแล้วหันหน้าหนี “ใส่เสื้อซะ”
หุ่นดีจริง ๆ เอาไปใช้ยั่วผู้หญิงคงได้ผลแน่
ถ่วงน้ำทิ้งไปก็เสียดายแย่
เสิ่นเฟิง: ???
ฉากติดเรตล่ะ?
ให้ผมจ่ายเงินก็ได้นะ
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาอำมหิตของเจียงซูว์ เสิ่นเฟิงก็รีบใส่เสื้อกลับเข้าไป ทว่าบนใบหน้ายังเต็มไปด้วยความงุนงง
เจียงซูว์คิดจะทำอะไรกันแน่?
ทั้งจับหน้า ทั้งสำรวจร่างกายเขา…
หรือว่าเธอจะชอบร่างเดิมของเขาจริง ๆ?
“เรื่องระหว่างนายกับซูน่าน นอกจากฉันแล้วมีใครรู้อีกไหม?”
เจียงซูว์ขยับเข้ามาใกล้เสิ่นเฟิง ลมหายใจอุ่น ๆ ที่พ่นออกมาตอนพูดเป่ารดหูเขา ทำให้เกิดอาการคันยุบยิบอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกร้อนวูบวาบตรงท้องน้อย
เสิ่นเฟิงสะดุ้งเมื่อถูกลมหายใจอุ่น ๆ จี้ “ไม่มีแล้วครับ”
“จริงเหรอ? แน่ใจนะ?” เจียงซูว์ถาม
เสิ่นเฟิงพยักหน้า
“อยากมีชีวิตอยู่ไหม?”
เฮ้อ…
เขารู้อยู่แล้วว่าเจียงซูว์ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่าย ๆ ดูท่าคงมีภารกิจให้ทำอีกแล้ว
“อยากครับ!”
“งั้นฉันจะมอบหมายภารกิจให้นายอย่างหนึ่ง”
“คุณหนูวางใจได้ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เสิ่นเฟิงก็จะไม่ถอย!”
“อย่าเพิ่งรีบตอบ ภารกิจนี้ง่ายมาก ฉันอยากให้นายสวมเขาให้เย่อู๋เต้า”
“ครับ! คุณหนู เสิ่นเฟิง…” เสิ่นเฟิงพูดไปได้ครึ่งประโยค สมองก็รวนขึ้นมา
สวมเขาเหรอ?
หนึ่งเขาหรือสองเขาดี?
เมื่อเห็นแววตาแปลก ๆ ของเสิ่นเฟิง เจียงซูว์ก็เอามือข้างหนึ่งบีบคอเขา ใบหูขึ้นสีแดงเรื่อ “นายคิดอะไรอยู่? คุณหนูอย่างฉันไม่ได้ต่ำช้าขนาดนั้นสักหน่อย!”
“ที่บอกให้สวมเขาให้เย่อู๋เต้า คือให้จีบซูน่านให้ติดต่างหาก!”
จีบซูน่าน…
เสิ่นเฟิงมึนไปหมด นี่มันก็ยังพาไปตายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?
ยังไม่นับภูมิหลังของซูน่านเลยนะ ตั้งแต่โบราณมา ตัวร้ายที่สวมเขาให้พระเอกมีใครได้ตายดีบ้าง?
ถ้าเขาสวมเขาให้เย่อู๋เต้าจริง ๆ ก็เท่ากับขึ้นบัญชีดำที่พระเอกต้องฆ่าแล้วไม่ใช่หรือไง?
แต่จะตายเร็วหรือตายช้า เสิ่นเฟิงก็ยังแยกออก
“แน่นอน ฉันรู้ว่านายชอบฉัน”
เห็นเสิ่นเฟิงยังทำหน้าไม่เต็มใจ เจียงซูว์จึงยื่นขนมชิ้นโตมาล่อ “เอาอย่างนี้ ถ้านายจีบซูน่านติด ฉันจะให้พรนายหนึ่งข้อ”
พรเหรอ?
อย่างเช่นออกจากตระกูลเจียง?
แต่ถ้าล่วงเกินพระเอกไปแล้ว ต่อให้ออกจากตระกูลเจียงจะมีประโยชน์อะไร? ยังไงก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี
“เสิ่นเฟิง!”
เห็นเสิ่นเฟิงไม่ขยับเขยื้อน เจียงซูว์ก็ใช้มือข้างเดียวบีบคอเขาออกแรงเล็กน้อย แววตาฉายแววขุ่นเคือง
หมอนี่ชอบเธอมากขนาดนั้นเลยเหรอ?
คำขออื่น ๆ ไม่ดีกว่าการได้เธอสักหมื่นเท่าหรือไง? ต่อให้เขาขอเงินสิบล้านแล้วออกจากตระกูลเจียง เธอก็ไม่กะพริบตาสักครั้ง
แต่เขาดันชอบเธอเสียอย่างนั้น…
ไม่ได้ ซูน่านต้องออกห่างจากเย่อู๋เต้า สัญญาหมั้นหมายในอีกสองปีจะมีปัญหาไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับฐานะของเธอในตระกูลเจียง
ขอเพียงได้รับการยอมรับจากคุณปู่ เธอก็จะได้เป็นเจ้าของตระกูลเจียงอย่างแท้จริง
ในเมื่อใช้คำขออื่นมาล่อให้เขาทำงานดี ๆ ไม่ได้…
“ถ้านายจีบซูน่านติด ฉันก็จะ…”
เสิ่นเฟิงเบิกตากว้าง
หืม? รางวัลยังอัปเกรดได้อีกเหรอ?
“ไปเดตกับนายหนึ่งครั้ง!”
เอ่อ…
เสิ่นเฟิงกลอกตา
หืม?
เจียงซูว์ขมวดคิ้ว แปลกสิ ทำไมถึงกลอกตาอีกล่ะ?
นายไม่ได้ชอบเธอหรอกเหรอ? เธออุตส่าห์ยอมไปเดตกับนายหลังทำภารกิจสำเร็จแล้ว ยังมีอะไรไม่พอใจอีก?
เจียงซูว์ลองคิดดู แล้วก็พบว่าตัวเองคิดไม่ออก ดังนั้น…
“อ้อ ไม่อยากทำสินะ งั้นก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปถ่วง…”
“คะ…คุณหนู ผม ผมมีโอกาสจริง ๆ เหรอครับ?”
เสิ่นเฟิงไหวตัวเร็วมาก รีบทำหน้าเหมือนคนที่จู่ ๆ ก็ได้สิ่งที่ใฝ่ฝันมาครอบครอง ทั้งไม่อยากเชื่อและงุนงง
เกือบลืมไปแล้ว ชีวิตน้อย ๆ ของเขายังอยู่ในมือเจียงซูว์ ไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น
เจียงซูว์ทั้งขำทั้งโมโห
ที่แท้ก็แค่ตั้งตัวไม่ทันนี่เอง เธอนึกว่าเสิ่นเฟิงไม่สนใจเธอเสียอีก
ก็แน่ล่ะ ในอัลบั้มมือถือของเขามีแต่รูปของเธอเต็มไปหมด ถ้าบอกว่าเสิ่นเฟิงไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ใครจะเชื่อล่ะ?
“แต่คุณหนู ทำไมต้องเป็นผมด้วยครับ? เรื่องไปจีบซูน่าน ใครทำก็ได้ไม่ใช่เหรอ?” เสิ่นเฟิงไม่เข้าใจ
เจียงซูว์หันหลังให้เสิ่นเฟิง เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ผู้บริหารหลังโต๊ะทำงาน น้ำเสียงเจือความสนุกสนานอยู่หลายส่วน
“บอกเธอไปว่า ภารกิจของนายพรุ่งนี้คือสารภาพรักกับเธอ”
เชี่ยเอ๊ย เขากลายเป็นสายลับซ้อนสายลับไปแล้วเหรอ???
เสิ่นเฟิงเบิกตากว้าง เจียงซูว์ เธอนี่สมกับเป็นนางร้ายใจโฉดจริง ๆ โหดชะมัด!
มิน่าถึงต้องให้เขาทำ ที่แท้ก็ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ร่วมมือระหว่างเขากับซูน่าน บีบให้ซูน่านยอมทำตามสินะ?
“แต่ถ้าซูน่านไม่ตกลงล่ะครับ?”
“ไม่ใช่ นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันหมายถึงให้นายทำเหมือนก่อนหน้านี้ ไปเล่นละครกับซูน่านต่อ แค่คราวนี้ภารกิจของนายไม่ใช่รังแกเธอ แต่เป็นการสารภาพรักกับเธอ
ขอแค่นายลงมือ แล้วถ่ายรูปตอนสารภาพรักกับซูน่านไว้ ฉันก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้ ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานซูน่านกับเย่อู๋เต้าต้องเกิดรอยร้าวขึ้นแน่ ๆ แล้วมันจะค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นทีละนิด จนกระทั่งแตกหักกันไปเลย”
“ต่อไปฉันจะโอนให้นายเพิ่มอีกสองหมื่น ถือว่าให้ส่วนของซูน่านกับนายไปด้วย”
“แต่คุณหนู ผม…”
“ที่นายไม่รังแกซูน่าน เพราะอยากให้เธออยู่ข้างเย่อู๋เต้าต่อไป เพื่อให้การแต่งงานครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น ใช่ไหมล่ะ?”
“คุณหนู…”
เสิ่นเฟิงไปไม่เป็นแล้ว เจียงซูว์พูดอะไรของเธอกันแน่?
แต่… มโนได้ดีมาก!
พอหาสาเหตุที่เจ้าหมาน้อยไม่ยอมเชื่อฟังเจอ ก็ใช้จุดนี้ทำให้เจ้าหมาน้อยยอมทำตามแต่โดยดีได้แล้ว
เจียงซูว์ยกมุมปากขึ้น มองเสิ่นเฟิงอย่างนึกสนุกแล้วเอ่ยอย่างมีเลศนัย “ชู่ว… ฉันรู้ว่านายไม่เชื่อฟังเพราะชอบฉัน เลยอยากให้ซูน่านทำลายการแต่งงานของฉัน”
“แต่เสิ่นเฟิง นายคิดมากไปแล้ว ต่อให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันจริง ๆ ฉันก็ไม่มีทางมีอะไรกับเย่อู๋เต้าหรอก”
“อาจารย์ของเขาเคยช่วยชีวิตคุณปู่ฉันไว้เมื่อหลายปีก่อน ถึงได้ตกลงเรื่องแต่งงานกัน แต่ฉัน เจียงซูว์ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายคนไหนก็จะได้ตัวไปง่าย ๆ”
“แต่งงานก็ส่วนแต่งงาน ส่วนเรื่องจะทำให้การแต่งงานเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า หึหึ ก็ต้องดูที่ฉัน เข้าใจไหม?”
“คุณหนูหมายความว่า…”
“นายยังมีโอกาสอยู่นะ แค่เชื่อฟังดี ๆ ก็พอ”
ดูท่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่การยื่นขนมมาล่อคนไม่มีวันหายไปจริง ๆ
