【เช็กอินรับสาวน้อยยันเดเระหนึ่งคน อ้อ ใช้สมองเช็กอินนะ~】
ดาดฟ้า ลมหนาวพัดหวีดหวิว
ใต้จันทร์เพ็ญ เงาร่างสองสายเคลื่อนไหวสลับกัน
แสงจันทร์ส่องลงมา เงาดำหนาทึบทอดทับใบหน้างดงามของเด็กสาว เธอใช้สองมือยันพื้น ขาสองข้างดิ้นกระถดถอยไปด้านหลัง หางตาพยายามบีบน้ำตาออกมาหยดหนึ่ง
“ปัง—”
ไม้เบสบอลด้ามยาวกระแทกลงกับพื้น ส่งเสียงแสบแก้วหู
เด็กสาวตกใจจนหดคอ หลับตาปี๋ พร้อมส่งเสียง “อ๊ะ” แผ่วเบาออกมา สีหน้าดูราวกับถูกทำให้ตกใจสุดขีด
“แชะ—”
เสียงถ่ายรูปจากโทรศัพท์ดังขึ้น แสงแฟลชสาดลงบนร่างเด็กสาวเป็นเวลาหนึ่งวินาที
จากนั้นภาพเด็กสาวที่กำลังตกใจ น้อยใจ และน่าสงสารก็ถูกหยุดค้างไว้บนหน้าจอโทรศัพท์ของเสิ่นเฟิง
เสิ่นเฟิงเล่นโทรศัพท์ในมือ เปิดข้อความ แล้วค้นหาเพื่อนที่บันทึกชื่อไว้ว่า “ยัยผู้หญิงเลือดเย็น” ก่อนส่งรูปที่เพิ่งถ่ายไปให้
จากนั้นก็ส่งข้อความไปอีกบรรทัด
“ลูกพี่ ภารกิจเสร็จแล้ว!”
เสิ่นเฟิงยองลงกับพื้น จ้องหน้าจอโทรศัพท์ไม่กะพริบตา
สองวินาทีต่อมา อีกฝ่ายก็ตอบกลับมา
“ไม่เลว”
ต่อด้วยเงินโอนจำนวน 10,000 หยวน
เสิ่นเฟิงยิ้มร่า รับเงินแล้วค้นหาเพื่อนที่บันทึกชื่อไว้ว่า “หุ้นส่วน” จากนั้นโอนเงิน 3,000 หยวนไปให้
ในเวลาเดียวกัน กระเป๋าของเด็กสาวที่เพิ่งนั่งตกใจอยู่บนพื้นก็มีเสียง “ติ๊ง” ดังขึ้น
ใช่แล้ว เสิ่นเฟิงแบ่งเงิน 3,000 หยวนจากเงิน 10,000 หยวนที่ได้รับให้เด็กสาว
เขาไม่ได้รังแกเด็กสาวจริง ๆ ทั้งสองเป็นหุ้นส่วนกัน จัดฉากแสดงละคร
ส่วนสาเหตุน่ะหรือ...
หนึ่งเดือนก่อน เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกของนิยายผู้ชายเรื่อง “ยอดฝีมือจากขุนเขาแห่งมหานคร” ที่เคยอ่านเมื่อหลายปีก่อน
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นยอดฝีมือที่ตระกูลเจียงฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก และเป็นลูกกระจ๊อกมือหนึ่งที่ติดตามเจียงซูว์ นางร้ายตัวฉกาจ มานานถึงสี่ปี
หลังจากรู้ตัวตนของตัวเอง เขาเคยลองหาทางแยกตัวออกจากตระกูลเจียง
แต่กลับสืบพบว่าพ่อแท้ ๆ ของร่างเดิมเอาเขาไปจำนำให้ตระกูลเจียงเมื่อสิบกว่าปีก่อน เพราะเล่นพนันแพ้ไปหนึ่งล้านหยวน
ตอนนี้ถ้าอยากออกจากตระกูลเจียง ก็ต้องไถ่ตัว ทั้งเงินต้นเงินดอก รวมถึงค่าเลี้ยงดูฝึกฝนตลอดสิบกว่าปี ขาดไปแม้แต่หยวนเดียวก็ไม่ได้
ยังดีที่การเป็นลูกกระจ๊อกของเจียงซูว์แม้จะเสี่ยงอันตรายสูง แต่เงินเดือนก็ไม่น้อย
เจียงซูว์กำลังจะหมั้นหมายกับเย่อู๋เต้า เธอจะปล่อยให้เรื่องแต่งงานครั้งนี้กลายเป็นระเบิดเวลาที่วันหน้าปะทุขึ้น จนเกิดดราม่าน้ำเน่า “คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงโดนสวมเขา” ไม่ได้เด็ดขาด
ไม่อย่างนั้น ศัตรูทางธุรกิจและคนในตระกูลคงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปใช้เล่นงานเธอแน่
ดังนั้นเธอจึงมอบหมายภารกิจให้เสิ่นเฟิง
ให้ไปรังแกซูน่าน บีบให้ซูน่านเลิกกับเย่อู๋เต้า
ทุกครั้งที่แกล้งสำเร็จ เขาจะได้รับเงินรางวัลพิเศษก้อนหนึ่ง
แต่เบื้องหลังที่แท้จริงของซูน่านไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น ในช่วงท้ายของเรื่องต้นฉบับ พ่อแม่แท้ ๆ ของซูน่านจะมาตามหาเธอ แล้วเธอก็จะพลิกสถานะกลายเป็นคุณหนูแห่งเมืองหลวงที่ใคร ๆ ต่างรุมล้อมเอาใจ
ให้เขาไปรังแกซูน่าน นี่มันหาเรื่องตายชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?
แต่ถ้าไม่ทำภารกิจ เจียงซูว์ต้องลงโทษเขาแน่
แผนหลอกลวงจึงเริ่มขึ้น
ตอนแรกซูน่านไม่เชื่อ คิดว่าเสิ่นเฟิงคงหาวิธีใหม่มารังแกเธออีกแล้ว
แต่หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เสิ่นเฟิงก็ไม่ได้แกล้งเธอต่อ แถมยังให้เงินจริง ๆ ก้อนหนึ่ง นั่นแหละถึงทำให้ซูน่านเชื่อว่าที่เสิ่นเฟิงพูดเป็นความจริง
หลังโอนเงินเสร็จ เสิ่นเฟิงก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
เงินเก็บเพิ่มมาอีก 7,000 หยวน
เข้าใกล้การเป็นอิสระจากตระกูลเจียงขึ้นอีกก้าวแล้ว
“ทำไมล่ะ?”
ซูน่านก้มหน้าต่ำ ฝ่ามือกำโทรศัพท์เก่าที่หน้าจอร้าวเป็นรอยหนึ่งเส้น บนหน้าจอยังเห็นรายการโอนเงิน 3,000 หยวนจากเสิ่นเฟิงอยู่
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเสิ่นเฟิงที่เคยรังแกเธอถึงจู่ ๆ เลือกแสดงละครขึ้นมา ถ้าเขาเป็นคนดี แล้วก่อนหน้านี้ทำไมถึงรังแกเธออย่างสารเลวขนาดนั้น?
แต่ถ้าเขาเป็นคนเลว แล้วทำไมถึงเลือกช่วยเธอ?
เขาไม่กลัวหรือว่าถ้าทำดีต่อหน้าแต่ขัดคำสั่งลับหลัง จะตกงานเอา?
“ทำไมอะไร?”
“...ไม่มี ไม่มีอะไร”
ซูน่านเอ๊ย เธอนี่มันโง่จริง ๆ น้องสาวยังรอเงินไปช่วยชีวิตอยู่แท้ ๆ ยังจะถามเรื่องพวกนั้นอีก หรืออยากให้เสิ่นเฟิงแกล้งเธอต่อกันล่ะ?
“เอาละ ภารกิจเสร็จแล้ว เธอไปได้” เสิ่นเฟิงกล่าว
ซูน่านลุกขึ้นยืน พยักหน้า เธอไม่ปัดฝุ่นตามตัว กลับขยี้ผมให้ยุ่งเหยิง ดวงตากลมโตแดงก่ำ ราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมครั้งใหญ่หลวง
เธอเอามือปิดตาแล้ววิ่งออกจากดาดฟ้า ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนดอกสาลี่ต้องหยาดฝนยังต้องอาย
“เห็นไหม นี่แหละระดับนักแสดงรุ่นเก๋า”
เสิ่นเฟิงยกนิ้วโป้งให้ ก่อนเดินออกไปอย่างสบายอกสบายใจ
ทางเดินทั้งสองฝั่งมีบอดี้การ์ดในเครื่องแบบสีดำยืนอยู่หลายคน สีหน้าเคร่งขรึม
“พี่เสิ่น!” บอดี้การ์ดสองแถวขานรับพร้อมกัน
เสิ่นเฟิงพยักหน้า
อย่างไรเสียเขาก็เป็นลูกน้องคนสนิทของนางร้ายสาว ตำแหน่งไม่ต่ำ แถมยังเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ ใต้บังคับบัญชามีลูกน้องให้เรียกใช้ได้เป็นสิบคน
ก่อนหน้านี้ร่างเดิมอาศัยคนเยอะ ล้อมซูน่านไว้แล้วค่อยแกล้งเธอ
แต่หลังจากเขาทะลุมิติมา ก็ให้คนพวกนี้เฝ้าอยู่ด้านนอก ส่วนตัวเองแสดงละครกับซูน่านตามลำพัง
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูก็ดังขึ้น
บอดี้การ์ดสองฝั่งหน้าเปลี่ยนสี เริ่มมองหาต้นเสียง
บอดี้การ์ดคนหนึ่งทำหน้าบึ้ง “เวลางานตั้งโทรศัพท์เป็นระบบสั่นไม่ได้หรือไง ไม่รู้กฎระเบียบหรือไง?”
“นั่นสิ ไอ้คนซวยเอ๊ย เวลางานทั้งทีทำไมไม่ตั้งโทรศัพท์เป็นระบบสั่น! ถ้าทำงานพลาดขึ้นมาจะทำยังไง?”
“โทรศัพท์ใคร? ออกมา!”
“ใช่ ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสิ่นเฟิงหน้าเขียว “หุบปากให้หมด!”
เหล่าบอดี้การ์ดเงียบลง แต่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาต้นเสียง จนกระทั่งเห็นเสิ่นเฟิงหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า
ทุกคนต่างเบือนสายตาหนี
“โวยวายอะไรกัน? ของฉันเอง” เสิ่นเฟิงกลอกตา พอเห็นชื่อที่บันทึกไว้บนหน้าจอ หัวใจก็เต้นวูบ
“ยัยผู้หญิงเลือดเย็น” งั้นหรือ?
เจียงซูว์?
ทำไมถึงโทรมา?
เขาเพิ่งรายงานภารกิจไปไม่ใช่หรือไง!?
หรือว่า...เธอจะเริ่มสงสัยอะไรแล้ว?
เสิ่นเฟิงรับสาย
“ฮัลโหล? ลูกพี่ มีอะไรจะสั่งหรือเปล่าครับ?”
น้ำเสียงของเสิ่นเฟิงประจบประแจงขึ้นหลายส่วน
ปลายสายเงียบอยู่นาน นานจนเสิ่นเฟิงเริ่มสงสัยว่าตัวเองรับสายติดหรือยัง
ในที่สุด เสียงที่เย็นชาไร้ไออุ่น ราวกับใบมีดชุบเกล็ดน้ำแข็ง ก็ดังขึ้นจากลำโพงโทรศัพท์
“เสิ่นเฟิง”
“ครับ คุณหนู!”
“ฉันดีกับนายแค่ไหน?”
เสิ่นเฟิงชะงักไปเล็กน้อย “คุณหนูดีกับผมมากครับ”
ปลายสายกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
เสิ่นเฟิงรู้สึกคอแห้งผาก “มีอะไรหรือครับ ลูกพี่?”
“นายเคยเลี้ยงหมาไหม?”
“เอ่อ ไม่เคยครับ”
“ถ้าหมาที่นายเลี้ยงอยู่ ๆ วันหนึ่งหันมากัดนาย นายจะทำยังไง?”
หืม??? หรือเจียงซูว์จะจับพิรุธได้แล้ว?
“ผมจะลองตรวจดูก่อนว่าทำไมมันถึงกัดผม หมาไม่กัดเจ้าของโดยไม่มีเหตุผลหรอกครับ”
“อ้อ? มีเหตุผลดี แบบนี้ก็จัดการถอนรากถอนโคนได้สินะ”
วินาทีนั้น ลมหายใจของเสิ่นเฟิงสะดุดไป
ทำไมถึงรู้สึกว่าเจียงซูว์กำลังพูดจิกเขาอยู่เลย
เขาถูกจับได้แล้วหรือ?
เสิ่นเฟิงมั่นใจว่าตัวเองทำอะไรระมัดระวังพอแล้ว
อีกอย่าง ถ้าเป็นนิสัยปกติของเจียงซูว์ หากตัดสินว่าเขามีความผิด เธอไม่มีทางพูดกับเขาอย่างใจเย็นแบบนี้แน่
ดังนั้นเสิ่นเฟิงจึงคาดว่าเจียงซูว์ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาทำดีต่อหน้าแต่ขัดคำสั่งลับหลัง เพียงแต่เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเท่านั้น
แต่ก่อนหน้านี้เจียงซูว์ยังตอบว่าไม่เลวอยู่เลย...
ตอนนี้เวลาห่างจากตอนส่งรูปไปไม่ถึงหนึ่งนาที
หรือว่าปัญหาจะอยู่ที่รูป?
เสิ่นเฟิงรีบกลับไปดูประวัติแชตอีกครั้ง แล้วกดเปิดรูปที่ส่งให้เจียงซูว์
พร้อมกันนั้น เขาก็นึกถึงจุดจบของร่างเดิมในหนังสือ เพราะทำให้ซูน่านเลิกกับพระเอกไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงถูกนางร้ายระบายโทสะด้วยการถ่วงน้ำจนตาย...
พอคิดถึงตรงนี้ เสิ่นเฟิงก็หนาววาบไปทั้งตัว เขาจ้องรูปอย่างตั้งอกตั้งใจและเริ่มพิจารณาอย่างละเอียด
