ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ซูเนี่ยนเหอก็เอนซบอยู่ในอ้อมแขนเสิ่นหวย จนแทบไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือ
เสิ่นหวยค่อย ๆ ช่วยเธอสวมเสื้อผ้า จากนั้นหยิบเสื้อคลุมที่ตกอยู่ข้าง ๆ มาคลุมให้ มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเธอเบา ๆ เพื่อให้หายใจคล่องขึ้น
“พรุ่งนี้เธอต้องไปเรียนที่เมืองเอก ฉันขับรถไปส่งนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับคนที่เพิ่งทำให้เธอเหนื่อยแทบหมดแรงไม่ใช่ตัวเอง
ซูเนี่ยนเหอถลึงตามองเขา แก้มยังแดงระเรื่อไม่จาง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปฏิทินถูกฉีกทิ้งไปทีละหน้า
ภายในอาคารหลังที่ 2 ของบริเวณที่ทำการคณะกรรมการพรรคเทศบาล
เสิ่นว่านซานนั่งดื่มชาอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ปีนี้คณะผู้บริหารของเมืองกำลังผลัดเปลี่ยนตำแหน่งตามวาระ เขาอายุ 58 ปีแล้ว ใกล้ถึงเวลาเกษียณ ควรเตรียมตัววางมือเสียที ต่อไปก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข รับสวัสดิการอดีตข้าราชการอาวุโส
โทรศัพท์ตั้งโต๊ะบนโต๊ะรับแขกเงียบสนิท
ตอนนี้คนข้างนอกต่างพยายามวิ่งเต้น ฝากคนรู้จัก และอ้อมค้อมส่งข่าวมา ก็เพื่อหาทางเกาะเสิ่นหวย ผู้มีอิทธิพลทั้งในเขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองเอก
บริษัทก่อสร้างกับธุรกิจการผลิตในมือเสิ่นหวยเติบโตไปได้สวยทุกด้าน เขากลายเป็นนักธุรกิจใหญ่แถวหน้าของวงการไปนานแล้ว
หลิวฮุ่ยเจินนั่งถักเสื้อไหมพรมอยู่บนเก้าอี้เดี่ยวข้าง ๆ
เธอวางม้วนไหมพรมไว้บนตัก เมื่อก่อนเวลาออกไปประชุม คนอื่น ๆ เรียกเธอว่า “ภรรยานายกเทศมนตรี” แต่ตอนนี้พอออกไปข้างนอก ทุกคนกลับรุมถามเรื่องธุรกิจของบริษัทเสิ่นหวย บางคนถึงกับถามถึงโควตาแฟรนไชส์โรงงานเสื้อผ้าของซูเนี่ยนเหอ
เธอกับสามีก็ดีใจที่ลูกชายได้ดี แต่เรื่องซูเนี่ยนเหอนั้น หลิวฮุ่ยเจินเองก็อธิบายไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกขัดใจ
