“พูดอะไรเหลวไหลน่ะ!”
ซูเยว่หมานไม่ยอมตามใจพี่สะใภ้คนนี้ เด็กหญิงตัวน้อยเท้าเอว
“ตัวสกปรกมอมแมมไปหมด แถมยังมีกลิ่นขี้ติดตัว มือก็เปื้อนโคลน ยังคิดจะอุ้มหลานชายฉันอีก ไม่รู้จักรักษาความสะอาดเอาเสียเลย!”
“อีกอย่าง พี่เหยาไปรังเกียจเธอตรงไหน? พี่เหยาบอกแล้วว่าหลานชายยังไม่คุ้นคน เธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?”
ชุยซีเฟิงรอให้หลานสาวพูดจบ ก่อนจะเอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงไม่หนักไม่เบา
“เยว่หมาน มีที่ไหนพูดกับพี่สะใภ้แบบนี้”
“เซิ่งลี่ ไปตักน้ำให้เมียล้างตัวให้สะอาดหน่อย อากาศร้อน ตัวผู้ใหญ่ก็เหม็นเหงื่อ เด็กจมูกไวจะทนได้ยังไง”
ซูเซิ่งลี่มองอู๋เจาตีอย่างไม่เข้าใจ
“เจาตี ปกติเธอก็รักความสะอาดนี่นา เลิกงานกลับมาทุกวันก็ต้องเช็ดตัว วันนี้เป็นอะไรไป?”
เหงื่อท่วมตัวขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงเด็กที่รังเกียจเลย แม้แต่เขายังรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ไม่อยากอยู่ใกล้ด้วยซ้ำ
เถียนซูเฟินได้ยินเสียงจากในครัว จึงถือแตงกวาครึ่งลูกโผล่หน้าออกมา ขมวดคิ้วถลึงตาใส่ลูกสะใภ้คนโต
“เจาตี จัดการเสร็จแล้วมาช่วยงานในครัว”
อู๋เจาตีโดนตำหนิติด ๆ กันหลายครั้ง ในใจจึงแอบเคียดแค้น เธอทำหน้าบึ้ง เดินไปข้างโอ่งน้ำโดยไม่พูดสักคำ แล้วใช้กระบวยกวนน้ำในโอ่งจนเสียงดังซ่า ๆ
ซวีลี่จววได้ยินอยู่ในครัวก็ได้แต่ส่ายหน้า หลานสะใภ้คนนี้ช่างทำให้พี่สะใภ้ใหญ่ลำบากใจจริง ๆ
เซิ่งลี่เป็นเด็กดีทุกอย่าง ทั้งซื่อสัตย์และซื่อตรง แต่ดันแต่งกับเมียที่ใจแคบ ไม่รู้จักกาลเทศะ ตอนนี้เซิ่งโหย่วยังไม่ได้แต่งงานด้วย ต่อไปคงมีเรื่องให้ปวดหัวอีกเยอะ!
