「ศิษย์พี่ ข้ารักท่าน」
ยามเซี่ยเจาเอ่ยคำนี้ มือที่เคยกุมมือเสินอวิ๋นยวนไว้แน่นก็คลายออก
นี่เป็นครั้งแรกในรอบเนิ่นนานที่เขาเป็นฝ่ายปล่อยมือจากนาง
ในชั่วขณะที่มือคลายออก เขาเห็นกับตาว่าแววตาของนางเผยความตื่นตะลึง
แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใด เขาก็ยังฝืนใจผลักนางเข้าสู่ห้วงสุญญากาศ ส่งนางกลับไปยังโลกที่นางควรอยู่
เพราะเขารู้ว่านางมิได้เป็นของโลกนี้ อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าในโลกของนาง มีคนอีกคนกำลังรอนางอยู่
ยอมรับเสียเถอะ เซี่ยเจา
เจ้าหึงจนแทบคลั่ง อิจฉาคนผู้นั้นจนแทบเสียสติ!
แต่แล้วอย่างไรเล่า ท้ายที่สุดนางก็หาได้เป็นของเขาไม่
ทันทีที่เขาผลักเสินอวิ๋นยวนเข้าไปในห้วงสุญญากาศ เซี่ยเจาซึ่งเป็นเทพตกสวรรค์ในยุคนี้ก็สิ้นชีพลง
ร่างเทพไร้เลือดเนื้อสามัญ มีเพียงเสียงกัมปนาทแห่งมหาวิถีที่พังทลายดังก้องไปทั่วสามภพ
「ท่านแม่ นั่นอะไรหรือ」
เด็กน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่บนคันนา ชี้ไปยังแสงทองพุ่งทะยานสู่ฟ้าจากยอดเขาที่อยู่ไม่ไกล
เหล่าชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่กลางทุ่งต่างพากันเงยหน้า สายตามองไปยังแสงทองที่พุ่งจากวิหารเทพตกสวรรค์บนยอดเขาทะลุขึ้นสู่เมฆา
วินาทีถัดมา เสียงกัมปนาทก็ดังมาจากท้องฟ้า แสงทองที่พุ่งขึ้นฟ้าพลันแตกสลาย ผู้คนมองประกายทองที่แตกกระจายเต็มผืนฟ้า ใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
นี่คือ...เทพสิ้นชีพ!
*
เทพตกสวรรค์เซี่ยเจาสิ้นชีพแล้ว ตลอดร้อยปีที่ผ่านมาเขาแบกรับคำครหานับหมื่น ในที่สุดก็ถึงคราวดับสูญ
ข่าวการสิ้นชีพของเขาแพร่สะพัดไปทั่วโลกบำเพ็ญเพียงชั่วพริบตา
ในบัตรวิญญาณบำเพ็ญเพียร เสียงเล่าลือของผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนพรั่งพรูออกมา
【เกิดอะไรขึ้น เมื่อครู่เสียงกัมปนาทนั่นคืออะไร】
【จอมมารผู้สังหารเทพสิ้นชีพแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ทุกคนเอาแต่ตะโกนว่าจะฆ่าเขา ใครจะคิดว่าเราไม่ต้องลงมือ เขาก็สิ้นชีพเองเสียแล้ว ฮ่า ๆ ๆ】
【นี่เรียกว่าเราเก็บเขาไม่ได้ สวรรค์ก็เลยเก็บเขาเองหรือ ฮ่า ๆ ๆ】
