ซ่งอวี่เข้าไปในบ้าน ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมตั๋วซื้อนาฬิกาข้อมือใบใหม่เอี่ยม
“พี่ใหญ่ ตั๋วซื้อนาฬิกาข้อมืออยู่นี่แล้วค่ะ เราก็คนในครอบครัวเดียวกัน พี่จ่ายแค่สี่สิบก็พอ”
เธอวางตั๋วลงบนโต๊ะ รอให้จ่ายเงินแล้วค่อยส่งตั๋วให้
ทว่าผ่านไปสองนาทีแล้ว ก็ยังไม่เห็นพี่ใหญ่ลู่ทำท่าจะหยิบเงินออกมา
“พี่ใหญ่ ไหนว่าพี่อยากได้ตั๋วไงคะ!”
……
“ยังยืนบื้ออยู่อีกทำไม จ่ายเงินมาสิ!”
พอได้ยินพ่อเร่ง พี่ใหญ่ลู่ก็หน้าแดง พูดติดอ่างว่า “พ่อ ผม...ไม่มีเงินครับ”
“หา? ไม่มีเงิน! แล้วจะเอาตั๋วไปทำไม คิดจะเอาฟรีหรือไง?”
ตาลู่โกรธจนฟาดมือลงบนโต๊ะ “เมื่อกี้ใครกันที่ร้องขอตั๋วไม่หยุด พอเอาตั๋วมาให้แล้วกลับบอกว่าไม่มีเงิน?”
“พวกแกสองคนผัวเมียได้เงินเดือนเดือนละเจ็ดแปดสิบ แต่ส่งให้ที่บ้านแค่สิบห้าหยวน แล้วเงินที่เหลือเอาไปไหนหมด?”
“อย่ามาบอกฉันว่าเอาไปเลี้ยงลูก!”
“ตุนตุนกับจ้วงจ้วงยังเล็กแค่ไหน ของกินของใช้ก็เป็นทางบ้านจัดให้ทั้งนั้น นอกจากค่าเล่าเรียนไม่กี่หยวนแล้ว เงินกับคูปองซื้อเสื้อผ้าก็เป็นพวกเราออกให้”
ตาลู่ด่ารวดเดียวจบ จากนั้นก็ยกแก้วชาขึ้นกระดกน้ำอึกใหญ่
พอดื่มน้ำในแก้วหมด ลู่เอ้อก็ยกกาน้ำขึ้นมาเติมให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ……
“พ่อ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ครับ ค่อย ๆ ด่าไป”
ตาลู่: ……
พี่ใหญ่ลู่: ……
ยายลู่ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงถลึงตาใส่ลู่เอ้อ “ไสหัวไปให้พ้น แม้แต่เรื่องน่าอายของพี่ชายแท้ ๆ แกก็ยังยืนดูได้ลงคอ”
พูดจบก็หันไปถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง “พี่ใหญ่ รีบบอกแม่มาสิว่าเงินที่เก็บไว้เอาไปไหนหมด ทำไมแค่สี่สิบยังหยิบออกมาไม่ได้?”
