เสียงของลู่เจี้ยนหงส์ดังลั่น ยายลู่ที่อยู่ในครัวได้ยินแล้วก็ยิ้มจนตาหยีเป็นเส้น รีบเดินออกมาอย่างมีความสุข
เธอก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึงถังน้ำ ยื่นมือลงไปจับปลาคาร์ป
เธอไม่สนใจปลาคาร์ปที่ดิ้นขัดขืน ชั่งน้ำหนักคร่าว ๆ แล้วพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ปลาคาร์ปสองตัวนี้อย่างน้อยก็หนักครึ่งชั่ง เดี๋ยวจัดการปลาไหลนากับปลาเขียงอีกหน่อย คืนนี้เราจะได้มีอาหารจานเด็ดเพิ่มอีกจาน”
ซ่งอวี่ทำหน้าซับซ้อน ปลาคาร์ป ปลาไหลนา แล้วก็ปลาเขียง เอามารวมกันจะทำเป็นอาหารอะไรได้?
เธอได้ยินยายลู่พูดต่อว่า “บังเอิญเดือนที่แล้วทำเต้าหู้ยี้ไว้พอดี เดี๋ยวเอาปลากับปลาไหลนาพวกนี้ไปตุ๋นกับเต้าหู้ยี้ จะได้ช่วยดับกลิ่นคาว”
“เจี้ยนหงส์ อย่าเพิ่งเด็ดผัก ไปเอามันฝรั่งจากหลังบ้านมาสักสองสามลูก กินแต่ปลาอย่างเดียวไม่พอ เราต้องใส่มันฝรั่งลงไปด้วย”
“ได้เลยค่ะแม่!”
คืนนี้ได้กินข้าวสวย ผัดหน่อไม้ใส่หมูจากมื้อกลางวันก็ยังเหลืออยู่นิดหน่อย ตอนนี้ยังมีปลาตุ๋นมันฝรั่งอีก ลู่เจี้ยนหงส์ดีใจจนแทบจะลอยได้
ที่เธอรีบไปหาพี่ใหญ่ที่ตำบลตั้งแต่เช้าตรู่ ก็เพื่อให้เขากลับบ้านมาแต่เนิ่น ๆ ในวันเสาร์
อีกอย่าง พ่อแม่ก็ลำเอียงเข้าข้างพี่ใหญ่ ขอแค่เขาอยู่บ้าน ครอบครัวนี้ต้องได้กินเนื้อแน่นอน!
ถึงจะไม่มีเนื้อสัตว์จริง ๆ อย่างน้อยอาหารหลักก็ไม่แย่หรอก!
น่าเสียดายที่สามีของเธอถูกส่งไปซ่อมคลองส่งน้ำ ไม่อย่างนั้นคงพาเขามาร่วมกินของอร่อยด้วยได้
หวังอวี้เฟินที่กำลังก่อไฟอยู่ในครัวได้ยินยายลู่สั่งการ ก็อดจุ๊ปากไม่ได้ นานแล้วที่เธอไม่ได้กินปลา...
มื้อเย็นมีปลาคาร์ปกับปลาไหลนาตุ๋นมันฝรั่งเพิ่มมาอีกจาน ทุกคนจึงขยันขันแข็งกันขึ้นมา ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่ม อาหารก็ขึ้นโต๊ะเรียบร้อย
