ตอนเที่ยง เมื่อเห็นซ่งอวี่อยู่บ้าน สองสามีภรรยาสูงวัยก็ประหลาดใจเพียงชั่วครู่ แต่ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ
ทว่าลู่หยานดีใจมากที่แม่อยู่บ้าน
เธอคอยซักถามซ่งอวี่ไม่หยุด แต่กลับได้คำตอบคลุมเครือมาเท่านั้น…
เรื่องที่คนตระกูลหม่าแอบวางแผนไว้ จะบอกเด็กน้อยวัยเท่านี้ได้อย่างไรกัน ต่อให้บอกไปก็ฟังไม่เข้าใจอยู่ดี!
ตอนเที่ยง หลังกล่อมลู่หยานจนหลับแล้ว ลู่เอ้อก็ขึ้นจักรยาน ตั้งใจจะไปส่งภรรยาที่ทำงาน แต่ซ่งอวี่ห้ามไว้เสียก่อน
“เด็กดี เชื่อฟังนะ คุณอยู่เป็นเพื่อนลูกนอนเถอะ ตอนบ่ายยังต้องพาแกไปเรียนอีก”
แต่ลู่เอ้อยังกำแฮนด์จักรยานแน่น ไม่ยอมปล่อย สีหน้ากังวลขณะมองซ่งอวี่ เพียงเห็นแววตาของเขา เธอก็เข้าใจทันทีว่าเขากำลังคิดอะไร
ซ่งอวี่ก้าวเข้าไปกอดเขา พลางปลอบว่า “วางใจเถอะ เรื่องเมื่อเช้าเป็นแค่อุบัติเหตุ อีกอย่างฉันว่ายน้ำเป็น แถมยังช่วยคนในแม่น้ำได้ด้วย คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก”
เมื่อเห็นว่าภรรยาตั้งใจแน่วแน่ไม่ให้เขาไปส่ง ลู่เอ้อจึงจำใจคืนจักรยานให้เธอ
แต่เขายังกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ที่รัก ระหว่างทางไปทำงานค่อย ๆ ขี่นะ ผมกับลูกยังรอคุณอยู่ที่บ้าน!”
ซ่งอวี่ใช้นิ้วชี้ไล้ผ่านคิ้วเข้มคมของลู่เอ้อ “ไม่ต้องห่วง ฉันรู้แล้ว”
พูดจบก็รับจักรยานมา เข็นออกจากลานบ้าน ก่อนจะขึ้นขี่จากไป
สายตาของลู่เอ้อจับจ้องซ่งอวี่ไม่วาง จนกระทั่งเธอขี่ห่างออกไปจนลับตา เขาถึงค่อย ๆ ปิดประตูรั้ว…
เขาหยิบเสื้อคลุมบนโต๊ะหินไปโยนลงถัง จากนั้นก็เติมน้ำและถูสบู่ลงไป
