สวีเยวี่ยรู้สึกว่าคนและเรื่องราวรอบตัวดูเหมือนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นอย่างกะทันหัน โดยที่นางไม่รู้ไม่เห็น
ในตอนแรก นางมิได้สังเกตเห็นความผิดปกติใด
ก็เพียงแต่เรื่องอย่างการแนะนำหญิงให้เป็นภรรยาใหม่ หรือส่งหญิงงามมาถวายตัว จู่ ๆ ก็มีมากขึ้น ทว่าแต่ก่อนเรื่องเช่นนี้ก็มิได้มีน้อยไปกว่ากัน
ปฏิเสธไปตามปกติก็สิ้นเรื่อง ถึงขั้นไม่คุ้มให้สวีเยวี่ยต้องเสียแรงใส่ใจแม้แต่น้อย
…………
จนกระทั่งวันนี้
เป็นวันหยุดพักผ่อนพอดี เมื่อคืนหิมะตกหนักตลอดทั้งคืน กิ่งก้านของต้นแมกโนเลียใหญ่ที่ปลูกไว้หน้าเรือนถูกหิมะทับจนหักโค่นไปหลายกิ่ง มีเพียงดอกเหมยแดงที่ยังบานสะพรั่งงดงาม
ในเรือนจุดเตาอุ่นกำแพงไว้แต่เช้า อบอุ่นราวฤดูใบไม้ผลิ
ความอบอุ่นนั้นย่อมแผ่ไปถึงหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วย อาภรณ์เนื้อนุ่มที่ตัดเย็บอย่างประณีต แม้จะขับเน้นเรือนร่างงดงามของนางได้เป็นอย่างดี แต่ก็บางเบาเกินไปสักหน่อย
“เจ้าว่า ท่านปู่ให้เจ้ามาที่นี่หรือ”
หญิงสาวผู้แนะนำตนว่าหว่านหว่านมีใบหน้าขาวผุดผ่องแต้มสีแดงระเรื่อดุจดอกท้อ นางเขินอายจนทนไม่ไหว จึงพยักหน้าเบา ๆ ขนตายาวสั่นไหว พลางเงยหน้ามองผู้ที่อยู่เบื้องบน ฟันขาวดุจเปลือกหอยขบเม้มริมฝีปาก น้ำเสียงชวนให้หัวใจอ่อนระทวย
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยขอให้ใต้เท้าโปรดเมตตาข้าน้อย”
หญิงงามดุจดอกไม้ปรากฏอยู่ตรงหน้า เพียงเอื้อมมือก็เด็ดลงมาได้
ที่ดียิ่งกว่านั้นคือ หญิงงามยังมารับใช้ตามคำสั่งของผู้อาวุโส ทั้งยังมีเหตุผลที่เอ่ยอ้างต่อหน้าผู้อื่นได้
ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธกระมัง
ผู้ที่นั่งอยู่เบื้องบนก็ดูเหมือนจะคิดเช่นนั้น หว่านหว่านได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ดุจหยกแตกดังขึ้นในเรือน ทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จนอดเงยหน้าขึ้นมองไม่ได้
