“พี่ชายงานยุ่งน่ะ” เส้าเยี่ยนกอดลูกแมวไว้ ไม่รู้ว่าพูดให้มันฟังหรือพูดให้ตัวเองฟังกันแน่
ลูกแมวส่งเสียง “เมี้ยว” อย่างเกียจคร้าน
มันค่อย ๆ โตขึ้น ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นและซุกซนปราดเปรียวเหมือนตอนยังเล็กอีกแล้ว
โจวเยี่ยนเรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีก่อน แต่เขามีปัญหาขัดแย้งกับที่บ้าน จึงไม่ได้กลับไป เลือกทำงานอยู่ที่นี่แทน
ฐานะทางบ้านของเขาค่อนข้างดี พ่อแม่ทำงานในรัฐวิสาหกิจ เป็นปัญญาชน เงินเดือนสูง งานสบาย ข้อเสียชัดเจนคือชอบควบคุมและไม่รู้จักเคารพผู้อื่น
ถ้าเล่าให้คนนอกฟัง พวกเขาอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย มีเพียงคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นเท่านั้นที่รู้ว่าถูกความเจ็บปวดทรมานเพียงใด
ตอนเด็กโจวเยี่ยนเลือกกิน ไม่ชอบกินผักกวางตุ้ง ดังนั้นทุกมื้อที่บ้านจึงต้องมีผักกวางตุ้งอยู่บนโต๊ะ
พ่อแม่แอบอ่านไดอารีของโจวเยี่ยน พอถูกจับได้ก็แย่งไดอารีจากมือเขาไป อ่านจนพอใจแล้วค่อยเคาะประตูเข้าไปปลอบ บอกว่าเรื่องแค่นี้เองจะคิดมากไปทำไม
เสื้อผ้าตัวแรกที่โจวเยี่ยนซื้อเองคือแจ็กเก็ตยีนส์ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เขาสวมเสื้อผ้ายีนส์ พ่อแม่ก็จะวิจารณ์เสื้อผ้าที่เขาซื้อว่าน่าเกลียดด้วยน้ำเสียงเหมือนพูดเล่น
โจวเยี่ยนได้รับคำเชิญให้ไปสัมภาษณ์งานสองแห่ง ตอนนั้นเขายังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่ จึงถามความเห็นพ่อแม่
พวกเขาเห็นด้วยเต็มที่ ทั้งยังสนับสนุนให้เขาลองไปดู
โจวเยี่ยนทุ่มเทอย่างมากจนผ่านการสัมภาษณ์ แต่พอหันกลับมา พ่อแม่กลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหางานดี ๆ แถวบ้านให้เขาได้แล้ว เป็นตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจเหมือนกัน เงินเดือนน้อยหน่อยแต่มั่นคงกว่า
โจวเยี่ยนข่มกลั้นอารมณ์แล้วบอกพวกเขาว่า “ผมผ่านสัมภาษณ์แล้ว ผมอยากทำงานที่นี่”
