ประตูที่แง้มอยู่ครึ่งบานอยู่ตรงหน้า ไม่ไกลนักมีกลุ่มคนลุกขึ้นชนหมัดดื่มเหล้า เสียงเอะอะวุ่นวายดังมาแผ่วเบาราวกับอยู่ไกลลิบ
แสงจันทร์เย็นเยียบกระจ่างใส สีหน้าเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าของเธอล้วนไม่อาจรอดพ้นสายตาเขาได้ เส้นผมดำขลับ แก้มขาวผ่อง ปลายนิ้วเรียวขาวกำเสื้อผ้าแน่นโดยไม่รู้ตัว ดูราวกับว่า...ตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
ทั้งที่ขี้กลัวขนาดนั้น แต่ก็ยังคิดจะหนี
ก่อนหน้านี้ที่เธอให้ความร่วมมือ ล้วนเป็นวิธีทำให้เขาคลายความระแวดระวังอย่างนั้นหรือ
เว่ยอวี่ถูกอุ้มกลับไป
ฟู่หลัวแผ่บรรยากาศกดดันไปทั่วร่าง อุ้มเธอกลับไปด้วยสีหน้าเย็นชา
เธอนอนพาดอยู่บนไหล่พระเอกอย่างหงอย ๆ ไม่กล้าพูดนัก ทำได้เพียงทอดถอนใจอยู่ในใจว่าภารกิจหนีออกจากบ้านครั้งแรกไม่สำเร็จ
ระหว่างทาง บรรดาคนรับใช้ที่พบเห็นภาพนี้ต่างพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นสีหน้ามืดครึ้มของนายท่านก็ยิ่งไม่กล้าเข้าไปใกล้ แต่ละคนเดินย่องเบา กลัวว่าจะดึงดูดความสนใจ
พอถึงข้างเตียง ฟู่หลัวก็ปล่อยมือ เว่ยอวี่จึงร่วงลงบนผ้าห่มนุ่มนิ่ม
ฟู่หลัวมองเธอจากเบื้องบน สีหน้าแย่ถึงขีดสุด
เว่ยอวี่ไม่กล้ายั่วโมโหเขา จึงเบือนหน้าแล้วขยับไปทางขอบเตียง พลางพึมพำเสียงเบาว่า “ฉันยังไม่ได้ถอดรองเท้าเลยนะ”
เธอก้มตัวงอขา ตั้งใจจะถอดรองเท้า แต่ข้อเท้ากลับถูกมือสีเข้มกว่าข้างหนึ่งคว้าไว้
เขาขยับเร็วมาก เว่ยอวี่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว รองเท้าทั้งสองข้างก็ถูกถอดออกแล้ว
แต่มือนั้นยังไม่ยอมปล่อย ฝ่ามือหยาบกระด้างที่เห็นชัดว่าเป็นมือผู้ชายยังจับอยู่ตรงข้อเท้าของเธอ
สัมผัสใกล้ชิดอย่างน่าประหลาด ราวกับกระแสไฟฟ้าแผ่ซ่านไปตามจุดที่เขาสัมผัส
เว่ยอวี่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงถามระบบเพื่อยืนยันไปพลาง ขยับตัวถอยเข้าไปด้านในไปพลางว่า “พระเอกกับตัวประกอบหญิงไม่มีฉากรักกันใช่ไหม”
“แน่นอน” ระบบนึกว่าเธอเริ่มคิดอะไรขึ้นมา จึงตอบอย่างจริงจังว่า “ก่อนนางเอกจะปรากฏตัว พระเอกครองพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัดแน่นอน อย่าคิดมาก ตัวประกอบหญิงไม่อยู่ในสายตาเขาหรอก...”
