หลังจากคุณนายหลิ่วมาอยู่ด้วย อาหารทุกมื้อของเว่ยอวี่ก็เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แถมยังได้กินอาหารเสริมบำรุงร่างกายอยู่เป็นครั้งคราว
ตอนคุณนายหลิ่วออกกำลังกาย เธอก็ไม่ลืมเว่ยอวี่ด้วย เธอให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสุขภาพของเว่ยอวี่ วางแผนการออกกำลังกายให้ แล้วก็พาเธอไปออกกำลังกายด้วยกัน
เว่ยอวี่มีเนื้อมีหนังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าก็ดูมีเลือดฝาดและสุขภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่เส้นผมก็ยังเงางามกว่าแต่ก่อนมาก
คุณนายหลิ่วอยู่เป็นเพื่อนเว่ยอวี่จนเรียนจบมหาวิทยาลัย
ทั้งสองสนิทกันมากจนเว่ยอวี่คิดว่า ต่อให้เธอเลิกกับพระเอก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณน้าหลิ่วก็คงไม่มีวันขาดสะบั้น
เมื่อเว่ยอวี่เรียนจบมหาวิทยาลัย ภารกิจของคุณนายหลิ่วก็ถือว่าสำเร็จแล้ว เธอจึงคิดจะเดินทางไปพำนักต่างประเทศตามแผนเดิมต่อ
ก่อนจากกัน ทั้งสองนั่งคุยกันบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
เว่ยอวี่ถามเธอว่า มีอาชีพอะไรที่ทำเงินได้ดีบ้าง
คุณนายหลิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามว่าอยากเข้าบริษัทไปทำงานฝ่ายบริหารไหม
เว่ยอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
ที่จริงคุณนายหลิ่วก็ไม่ได้แนะนำให้เธอทำงานแบบนั้นนัก ตำแหน่งส่วนใหญ่ในบริษัทไม่ค่อยมีอิสระ ถึงจะยุ่งก็พอทน แต่แรงกดดันทางจิตใจก็สูง แถมยังทำให้คนหนุ่มสาวหมดแรงได้ง่าย
สุดท้ายเธอแนะนำให้เว่ยอวี่ไปทำงานเป็นนักแปล
เว่ยอวี่สนใจงานนี้อยู่ไม่น้อย เธอเรียนเอกภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ทั้งยังสอบใบรับรองมาได้หลายใบ ที่สำคัญกว่านั้นคือเธอชอบวิชานี้
แม้คุณนายหลิ่วจะไม่ได้ทำงานในวงการนี้โดยตรง แต่เธอมีเส้นสาย สามารถแนะนำเว่ยอวี่ให้ไปสัมภาษณ์กับผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องได้ทันที
