นายท่านอ้วนกับฮูหยินอ้วนคงตั้งใจลงทุนกับเผยหวนที่ตกทุกข์ได้ยากจริง ๆ ถึงได้เอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี มื้อเที่ยงจึงหรูหรากว่ามื้อเช้าเสียอีก
เว่ยอวี่พลอยได้อานิสงส์จากเผยหวน ได้กินอาหารดี ๆ ตามไปด้วย กินจนพุงน้อยกลมป่อง อิ่มเอมใจเป็นที่สุด
เธอวางตะเกียบ เอนหลังพิงเก้าอี้แล้วถอนหายใจยาว
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา อาบไล้ห้องจนอบอุ่นสว่างจ้าแทบแสบตา ผู้คนพลอยเกียจคร้านตามไปด้วย ชวนให้อยากหลับเสียเดี๋ยวนั้น
เว่ยอวี่ผ่อนคลายจนอยากงีบสักครู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเผยหวนถามเธอ
“ทำไมถึงช่วยข้า?”
เธอกำลังง่วง ๆ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ตอบส่งเดชไปว่า “อืม...เพราะท่านหน้าตาดี”
เธอพูดอย่างจริงจังราวกับเป็นเรื่องเป็นราว
เผยหวนชะงักไปเล็กน้อย ขนตาดำยาวหลุบลงบาง ๆ จนมองไม่เห็นอารมณ์ในดวงตา
“แค่หน้าตา คุ้มให้เจ้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” เผยหวนถามอย่างไม่ใส่ใจ
“อืม” เว่ยอวี่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
“หากเจ้ายอมไปกับข้า ต่อไปเจ้าก็จะได้เห็นใบหน้านี้ทุกวัน” เผยหวนหัวเราะเบา ๆ พลางมองเว่ยอวี่ คล้ายพูดหยอกเย้า แต่ก็เหมือนซ่อนความหมายบางอย่างไว้ “เจ้ายินดีหรือไม่?”
เขาอยู่บนจุดสูงสุดแห่งอำนาจ กุมชะตาความเป็นความตายของผู้คนส่วนใหญ่ไว้ในมือ ทุกคนต่างยำเกรงจนไม่กล้าสบตาเขา ถึงได้มองข้ามรูปลักษณ์อันงดงามของเขาไป
ดวงตาหงส์เรียวยาวสีดำสนิทดูสงบเย็นชา ขนตาดำยาว เมื่อเขามองมาทางเธอ หางตาก็ยกขึ้นเล็กน้อย แม้จะไร้อารมณ์ใด ๆ แต่กลับทำให้หัวใจคนมองสะดุดวูบ
เว่ยอวี่มึนงงไปชั่วขณะ ก่อนพยักหน้ารับอย่างเลื่อนลอย
เผยหวนหัวเราะอีกครั้ง ริมฝีปากสีจางยกขึ้นเล็กน้อย คราวนี้เป็นรอยยิ้มจริง ๆ
ตกลงกันแล้ว เขาคิดอย่างสงบนิ่ง
เผยหวนติดต่อหน่วยองครักษ์เงาได้แล้ว สาเหตุที่ยังไม่จากไปก็เพราะองครักษ์ของเขาสืบพบร่องรอยของกลุ่มคนที่ลอบสังหารเขา
