เว่ยอวี่เป็นขุนนางชั้นผู้น้อย นางลางานก่อนวันแต่งงานสองวัน พอแต่งงานเสร็จก็ต้องกลับไปเข้าเวร
นางทำงานเป็นเสมียนอยู่ที่สำนักไท่ฝู่ ทุกวันมีหน้าที่รับเอกสารราชการบ้าง คัดลอกหนังสือบ้าง พอถึงเวลาก็กลับ ชีวิตสบายมาก
ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานต่างรู้ที่มาของนาง จึงปฏิบัติต่อนางอย่างสุภาพและเป็นมิตร แม้ตอนนี้เว่ยจี้จะไม่อยู่แล้ว แต่ตระกูลเว่ยก็ยังเป็นตระกูลที่ไม่ควรมองข้าม อย่างไรเสีย แม้อูฐที่ผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า
เว่ยอวี่ทำงานแบบพอเป็นพิธี ปล่อยวันเวลาผ่านไปอย่างแนบเนียนตลอดวัน พอถึงเวลาก็กลับบ้าน
ระหว่างทางนางต้องผ่านถนนสายหนึ่ง ซึ่งมีพ่อค้าแม่ขายตั้งร้านอยู่มากมาย
ระหว่างเดินเล่น นางเผลอปัดปิ่นดอกสาลี่สีขาวเรียบ ๆ อันหนึ่งตกลงมา จึงซื้อกลับไปด้วย
นางก้าวเข้าไปในห้อง ก็เห็นอวิ๋นไต้กำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ท่าทางเหมือนกำลังรอนาง
หัวใจเขาไหววูบ ก่อนจะถามเสียงเบา “ซื้อมาให้ข้าหรือ?”
เว่ยอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วส่งปิ่นในมือให้เขา
อวิ๋นไต้รับไป พินิจดูอย่างละเอียด แต่ไม่ได้พูดอะไร
เว่ยอวี่รู้สึกไม่ดีขึ้นมา พระเอกเป็นคนเอาใจยากอยู่แล้ว นางยังดันเอาของราคาถูกมาให้เขาอีก ป่านนี้คงด่านางอยู่ในใจแล้วกระมัง
ช่างเถอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ด่านางต่อหน้า
ทั้งสองกินมื้อเย็นด้วยกัน ระหว่างมื้ออาหาร อวิ๋นไต้ยังถามนางด้วยว่าทำงานอะไรที่สำนักไท่ฝู่บ้าง
เว่ยอวี่ตอบไปพลางคาดเดาอยู่ในใจ ไม่ว่านางจะพูดอะไร อวิ๋นไต้ก็คงไม่พอใจอยู่ดี เพราะคนที่เขาเอานางไปเปรียบเทียบด้วยคือเว่ยจี้ผู้เลื่องชื่อ