ลี่จือเจอเซี่ยจี๋ชวนครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน
“ขอแสดงความยินดีกับ Lychee ผู้เล่นจากทีมอะคาเดมี่ QW คว้าแชมป์สายกลางประจำถ้วยหน้าใหม่ปีนี้!”
สถานที่จัดงานที่ไม่ใหญ่นักแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ทั้งหมดคือเด็กฝึกหัดที่เต็มเปี่ยมด้วยความฝัน ใบหน้าทุกคนสว่างไสวด้วยแสงไฟบนเวที
ลี่จือวัยสิบหกปีเดินฝ่าแสงสปอตไลต์ไปข้างหน้า รับถ้วยรางวัลที่เป็นของเขาจากพิธีกร ปลายนิ้วสั่นระริก
เสียงเปี่ยมพลังของพิธีกรทั้งสองดังก้องภายในห้องจัดงาน
“ถ้วยหน้าใหม่ปีนี้เต็มไปด้วยดาวรุ่งจริง ๆ จำได้ว่าแชมป์ป่าก็อยู่ทีมอะคาเดมี่ QW เหมือนกัน!”
“ใช่แล้ว ปีนี้ผู้จัดการและโค้ชของ QW คงยิ้มแก้มปริแน่”
“พูดถึงตรงนี้ แชมป์อีกสี่เลนที่เหลือของถ้วยหน้าใหม่ก็รออยู่หลังเวทีแล้ว เชิญพวกเขาด้วยเสียงปรบมืออันอบอุ่น!”
กลิตเตอร์สีทองโปรยปรายจากฟากฟ้า ราวกับสายฝนโปรยละออง
ลี่จือยืนบนเวทีรับรางวัลแบบนี้เป็นครั้งแรก ไฟสว่างเกินไป เสียงปรบมือดังเกินไป เขาถือถ้วยรางวัลอย่างประหม่าเล็กน้อย ไม่รู้จะมองไปทางไหน
ทำได้เพียงหันตามสายตาของผู้ชม มองผ่านม่านฝนสีทองที่โปรยปราย สบตากับใครคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมถ้วยรางวัลเช่นกัน
เด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง หลังตรง ใบหน้าดุดัน สันคิ้วสูงรับกับรูปหน้า ทั่วร่างเปล่งประกายบรรยากาศที่คนแปลกหน้าไม่ควรเข้าใกล้
เสียงผู้คนครึกโครมในห้องจัดงาน หัวใจของลี่จือเต้นรัวหนัก
เขาปรายปาก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
หล่อจัง
เขาไม่รู้ว่าตัวเองจ้องอีกฝ่ายไปนานแค่ไหน
จนกระทั่งเด็กหนุ่มขยับศีรษะเล็กน้อย สายตาดูเหมือนจะกวาดมาทางเขา ลี่จือจึงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ จับจ้องสายตากลับไปที่ถ้วยรางวัลในมือตัวเอง
กลิตเตอร์สีทองร่วงหล่นบนขนตาของเขา เขากระพริบตา ปัดเศษผงแวววาวที่เกะกะนั้นออก
ขยี้ใบหูที่เริ่มร้อนผ่าว ก้มศีรษะตั้งใจฟังพิธีกรพูด
พิธีกรกำลังแนะนำแชมป์ทั้งห้าบนเวทีตามลำดับจากซ้ายไปขวา
ลี่จืออยู่อันดับสาม เมื่อถึงคิวแนะนำ เขาโบกมือให้กล้อง ยิ้มน่ารัก อ่อนโยน
คนดูด้านล่างเริ่มฮือฮา พิธีกรก็อุทานอย่างหยอกเย้า:
“ฉันไม่ได้จัดรายการผิดใช่ไหม? หน้าตาของ Lychee แบบนี้ นึกว่ากำลังมอบรางวัลให้ดารา”
“ทั้งที่พึ่งพาหน้าตาได้ แต่ Lychee ของเรายังคงใช้สองมือที่ขยัน ตีคว้าแชมป์มาได้นะ!”
พิธีกรอีกคนหัวเราะรับคำพูด “คุณพูดแบบนี้ เดี๋ยวหลังจากมอบรางวัลเสร็จ Lychee กับ River ก็จะจูงมือกันไปเดบิวต์ในวงการบันเทิง ฝ่ายฝึกซ้อมของ QW คงร้องไห้ฟูมฟายเลยล่ะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผมพูดเล่นน่ะครับ พูดถึง River แล้ว ต่อไปคือแชมป์ป่าถ้วยหน้าใหม่ของเรา River เซี่ยจี๋ชวน!”
เซี่ยจี๋ชวน
ลี่จือท่องชื่อนี้ในใจเบา ๆ หนึ่งรอบ หัวใจหวั่นไหว
ไม่ใช่ชื่อแปลกหูเลย แถมยังเคยได้ยินหลายครั้ง
“ได้ยินหรือยัง ทีมอะคาเดมี่เรามีคนเล่นป่าใหม่ ID ชื่อ River ฝีมือร้ายกาจผิดมนุษย์”
“เซี่ยจี๋ชวน? ฉันรู้จักนะ FMVP ของ City Tournament ครั้งก่อน โดนโค้ชดึงตัวมา”
“คนนั้นดูไม่ค่อยน่ามีเรื่องด้วยนะ ครั้งที่แล้วฉันเจอที่ทางเดิน ทักทายไป เขายังไม่ตอบเลย”
“……เขาอาจจะไม่ได้ยิน”
“ไม่ใช่ คุณไม่ได้เห็นสายตานั่นของเขา มองใครเหมือนติดหนี้แปดล้าน”
บทสนทนาพวกนี้ลอยผ่านหูลี่จือ ตอนนั้นเขากำลังขดตัวอยู่บนเก้าอี้จีน ฝึกซ้อมเก็บครีปไปพลางฟังอย่างขอไปที
เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องซุบซิบพวกนี้ ได้ยินก็ปล่อยผ่าน ไม่เคยคิดไปดูแม้แต่หน้าตาของอีกฝ่าย
ทีมอคาเดมี่มีคนเยอะ เขาไม่จำเป็นต้องรู้จักทุกคน
ฉะนั้นการมอบรางวัลครั้งนี้ถือว่าเป็นการเจอหน้าครั้งแรกของเขากับเซี่ยจี๋ชวน
ลี่จือเหลือบมองไปทางขวาอย่างลับ ๆ
เซี่ยจี๋ชวนกำลังหันหน้าเข้ากล้อง สีหน้าเฉยชา
ไม่เหมือนกำลังรับรางวัล ทั่วทั้งตัวราบเรียบราวกับพระผู้กำลังปรินิพพาน
ลี่จือโดนจินตนาการของตัวเองทำให้ขนลุก ก่อนจะถูกเจ้าตัวจับได้ในข้อหาแอบมอง
เซี่ยจี๋ชวนคงอดทนมานานแล้ว
เขาขมวดคิ้วหันกลับมา สีหน้าเต็มไปด้วยความรำคาญอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเหมือนเตรียมพูดอะไรสักอย่างที่ไม่ค่อยสุภาพ
ตั้งแต่ขึ้นเวทีมา คนข้าง ๆ ก็จ้องมองเขาไม่หยุด สายตาเธอเหนียวหนึบจนเขาอยากเพิกเฉยยังยาก
มีตาสองตาปากหนึ่งปากเหมือนกัน มีอะไรน่าดู?
แต่ว่าหลังจากเห็นหน้าลี่จือชัดเจน เซี่ยจี๋ชวนก็อึ้งไปเล็กน้อยอย่างจับสังเกตได้ยาก
คำถามที่เตรียมไว้ในปากถูกกลืนกลับลงคอ
สายตาเขาตกลงไปเบื้องล่างอย่างกะทันหัน พักอยู่ที่ต้นคอขาวเนียนของลี่จือชั่วขณะ
น้ำเสียงแฝงประหลาดใจ: "เธอเป็นโอเมก้าเหรอ?"
ทั้งสองคนไม่สวมไมโครโฟน มีกำแพงเสียงกึกก้องกั้นระหว่างหน้าฉากกับหลังฉาก การพูดเบา ๆ คนอื่นไม่ได้ยินเลย
หน้าลี่จือแดงเถือกทันที
รู้สึกถึงสายตาโจ่งแจ้งที่ตกลงมาบนต้นคอของตัวเอง ตรงไปตรงมาอย่างมาก
เขาไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน จ้องคอคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพศอะไร ดูเสร็จยังถามคำถามที่ล่วงเกินเช่นนี้อีก
ต่อให้เขาเป็นแค่เบต้า ก็มีความเป็นส่วนตัวที่อยากปกป้องบ้าง โอเคไหม?
ถ้าเขาเป็นโอเมก้า สายตานี้ของเซี่ยจี๋ชวนก็ฟ้องร้องคดีละเมิดทางเพศเขาได้เลย
ไม่ต้องพูดถึงว่ายังถามคำถามที่มีระดับความละเอียดอ่อนพอ ๆ กับ "วันนี้คุณใส่กางเกงในสีอะไร"
น่าเสียดายที่ลี่จือไม่ใช่โอเมก้า
เขาเป็นแค่เบต้าธรรมดา ไม่มีข้ออ้างพอจะตำหนิความไร้มารยาทของเซี่ยจี๋ชวน ได้แต่ฮึดฮัดคำโต้เถียงออกมาคำหนึ่ง:
"ฉันไม่ใช่"
เซี่ยจี๋ชวนได้ยินดังนั้น ดูเหมือนจะยิ่งแปลกใจ: "เบต้าเหรอ?"
ลี่จือพยักหน้า ย่นจมูกอย่างดุดัน: "ทำไม? เบต้าเป็นโปรไม่ได้รึไง"
เขาคิดว่าเซี่ยจี๋ชวนจะพูดอะไรที่แย่กว่านี้อีก
เพราะวงการอีสปอร์ตแม้จะปฏิบัติต่อเบต้าไม่เหมือนดูถูกโอเมก้าแบบโจ่งแจ้ง แต่ก็ไม่ถึงกับให้เกียรติมากนัก
"ธรรมดา" "ไม่มีพรสวรรค์" "ตัวประกอบ" คำพวกนี้เขาฟังมามากเกินไปแล้ว
ทว่าเซี่ยจี๋ชวนก็แค่มองเขาอย่างสงบ น้ำเสียงทุ้มต่ำ สม่ำเสมอ:
"ขอโทษ ฉันไม่ได้มีความหมายอื่น"
หยุดไปครู่หนึ่ง "ถ้าเป็นเบต้า เธอเก่งมากนะ"
ลี่จือกำลังเดือดดาล ก็ถูกใครบางคนดับไฟอย่างแผ่วเบา
เขาจ้องเซี่ยจี๋ชวน มองดูใบหน้าคมคายนั้น แล้วเลื่อนสายตาออกไป แล้วเลื่อนกลับมาอีก
หลังส่ายไปมาสองสามรอบ ไฟก็มอดเกลี้ยง
แม่เจ้า มองยังไงก็หล่อ
หล่อจนทำให้คนไม่อยากโมโหใส่เลย
ลี่จือบังคับตัวเองให้หันหน้ากลับไปด้านหน้าอย่างเย็นชา คิดในใจอย่างไร้อารมณ์:
ตัณหาครอบงำปัญญาจริง ๆ รูปโฉมทำให้เสียคนจริง ๆ