ทุกคนจ้องมองรถเบนท์ลีย์ที่พลิกคว่ำเสียหายยับเยิน ต่างอ้าปากค้าง ตะลึงงันสุดขีด!
ผ่านไปหลายสิบวินาที ชายชุดดำในรถเบนท์ลีย์ถึงคลานออกมาอย่างกระเสือกกระสน
ร่างกายเปื้อนน้ำสกปรกและโคลน อีกทั้งยังมีเลือด!
เขามองตี้หลงเซวียนด้วยแววตาโกรธแค้น แต่เมื่อเห็นตี้หลงเซวียนก้าวเดินเข้ามาหาตนอย่างช้า ๆ ก็ตกใจจนขาอ่อน ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นอย่างไม่รู้ตัว!
เพราะรถเบนท์ลีย์มีน้ำหนักขนาดนี้ ในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง กลับถูกตบกระเด็นพลิกคว่ำได้ในครั้งเดียว พลังที่จำเป็นต้องใช้ อย่างน้อยต้องอยู่เหนือระดับครึ่งก้าวปรมาจารย์ยุทธ์เซียน
หรืออาจถึงขั้นระดับปรมาจารย์ยุทธ์เซียน!
เมื่อเผชิญกับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ ชายชุดดำไม่กลัวก็แปลกแล้ว
“กลับไปบอกเซินถูอู่จี๋ ว่าล้างคอให้สะอาดรอให้ข้าหัก สามวันให้หลัง ไม่เจอไม่เลิก!”
ตี้หลงเซวียนกล่าวอย่างเยือกเย็น
ชายชุดดำสั่นสะท้าน หน้าซีดราวกระดาษ ได้แต่รีบพยักหน้า ไม่กล้าโอหังอีก
จากนั้นตี้หลงเซวียนก็กลับโรงแรมก่อน
ส่วนหนิงเทียนฉีอยู่ที่บริษัทยาเทียนเหิง ติดตามจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเม็ดบำรุงโฉม
จูจวิ้นหลงเองก็อยู่ช่วยเช่นกัน
ในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท ตี้หลงเซวียนอาบน้ำแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า อยู่ในห้องทดลองมาหลายวัน อึดอัดอยู่บ้าง
เปิดหน้าต่าง สายลมด้านนอกพัดเข้ามา ตี้หลงเซวียนมองลงไปยังเมืองลั่วตูที่รุ่งเรือง แววตาเปี่ยมความเหิมเกริม ราวกับกำลังมองสวนหลังบ้านของตน
ในอดีต เขาเป็นนายน้อยตระกูลตี้ ครั้งมาลั่วตูก็ต้องระมัดระวัง
เพราะขุนนางและตระกูลใหญ่ในลั่วตู สูงส่งกว่าเมืองจางไถมาก
