เมืองจางไถ อวี๋จิ้งหงได้ยินข่าวนี้ก็อดบ่นไม่ได้ว่า “ช่างเป็นคนหยิ่งผยองจริง ๆ!”
“คุณน้า พูดถึงใครเหรอครับ”
ตี้เสี่ยวกั๋ววันนี้หยุดอยู่บ้าน อ่านการ์ตูนไปพลางถามไปพลาง
“พูดถึงไอ้คนเลวน่ะ มันจะไปท้าสู้กับพวกยอดฝีมือทุกคนตัวคนเดียว เธอว่ามันหยิ่งไหมล่ะ”
อวี๋จิ้งหงเบะปาก
ตี้เสี่ยวกั๋วได้ฟังก็ตาโต “ว้าว! ทำไมหนูรู้สึกว่าเท่จังเลย!”
คล้ายกับคุณพ่อสุด ๆ คุณพ่อก็เคยสู้กับยอดฝีมือกลุ่มใหญ่ตัวคนเดียวเหมือนกัน!
“เธอนี่…”
อวี๋จิ้งหงพูดไม่ออก
ภายในภัตตาคารตี้หวี่ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการต่อสู้กับหุบเขาหมาป่าแดง ทุกอย่างกำลังดำเนินมาตรการปกป้องทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ
หากตี้หลงเซวียนเกิดเรื่องขึ้น ภัตตาคารตี้หวี่ก็จะไม่ถูกรุมทึ้งจนล้มละลายในทันที
เหอเฮ่าเองก็ไม่ได้หวังให้ตี้หลงเซวียนเป็นอะไร แต่ก็ทนดูภัตตาคารตี้หวี่ถูกฉกชิงจนเจ๊งอีกไม่ได้
หากเกิดขึ้นอีกครั้ง ชั่วชีวิตนี้เขาก็ไม่มีหน้าไปพบคนตระกูลตี้
สองวันแรก ตี้หลงเซวียนเก็บตัวฝึกฝนไปพลาง รับสายโทรศัพท์จากหนิงเทียนฉี หลิ่วเจียงเสวี่ย และหยางมี่ซือไปพลาง
นอกจากคำทัดทาน ก็มีคำอวยพร
วันที่สาม ประตูห้องพักดังขึ้น
ในดวงตาของตี้หลงเซวียนแววไม่พอใจวาบหนึ่ง เขากำชับไว้แล้วว่าเหล่าหัวกะทิของสำนักตี้ที่เฝ้าตามทางเดิน ห้ามรบกวนการฝึกฝนของเขาภายในสามวันนี้
เป็นไปได้อย่างไรที่ยังมีคนมาเคาะประตู?
เขาลุกขึ้น เดินไปเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นหญิงสาวผมยาวสยาย แต่งชุดกระโปรงแชนเนล ท่อนล่างเป็นถุงน่องตาข่ายสีดำกับรองเท้าส้นสูงแวววาว
ส่วนใบหน้ายิ่งงดงามจนฝูงปลาจมวารีฝูงห่านร่วงหล่น แม้แต่นางเอกระดับแถวหน้าก็ยังเทียบไม่ติด
