จือจือชกต่อยมาตั้งแต่เด็ก จึงมีไหวพริบว่องไวเป็นพิเศษ
พอจางเหล่าใหญ่ลงมือ นางก็เดาออกทันทีว่าไอ้เดรัจฉานใจดำตัวนี้กำลังจะเล่นงานจุดที่เปราะบางที่สุดของนาง
เล่นกันสกปรกเกินไปแล้ว! ช่างใจร้ายเหลือเกิน!
ผู้ชายที่ยังพอมีความเป็นคนอยู่บ้าง ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก
อยากเล่นงานจุดสำคัญของข้าใช่ไหม? งั้นข้าก็จะเล่นงานจุดสำคัญของเจ้าเหมือนกัน เอาให้รู้กันไปว่าใครจะเจ็บกว่า!
เท้านี้นางเล็งไปที่ของลับของเขาเต็ม ๆ
พ่อแม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นอย่างนั้น!
เขาไม่ได้เรื่อง ลูก ๆ ของเขาจะไปดีได้อย่างไร? ก็พวกเดียวกันทั้งนั้น ตัดขาดกันเสียตั้งแต่วันนี้เลยแล้วกัน ฮ่า ๆ!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น “อ๊าก!” เป็นเสียงของจางเหล่าใหญ่
เขาเตะไม่โดนจือจือ จึงกำลังสงสัยอยู่พอดี จากนั้นก็เห็นนางขยับตัวอย่างรวดเร็วแล้วเตะสวนมาที่เขา
สมองสั่งให้หลบ แต่ร่างกายกลับตอบสนองไม่ทัน
โดนเข้าเต็ม ๆ เจ็บปวดรวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ เจ็บจนฟ้าดินสะเทือน ผีสางยังต้องร่ำไห้...
วู้ฮู้! สะใจจริง ๆ!
จือจือแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่
นางพบว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองไม่ได้ช้าลงเลย พูดได้ว่าปฏิกิริยาไม่ต่างจากร่างกายในยุคปัจจุบันสักนิด
แถมยังมีแรงไม่น้อยด้วย
แขนขาเล็กจ้อย แต่เตะออกไปทีมีแรงชะมัด
“พี่ใหญ่...” สะใภ้รองจางยืนอึ้งไปแล้ว ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปประคองจางเหล่าใหญ่ด้วยความเป็นห่วง จนลืมไปเลยว่าควรเว้นระยะห่าง
นางเห็นจางเหล่าใหญ่ขดตัวครางด้วยความเจ็บปวด เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก จึงหันไปมองจือจือด้วยความโมโห “เจ้า...เจ้ากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง? เขาเป็นพี่ชายของสามีเจ้านะ!”
