เดิมทีจือจือไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใส่ตัว แถมยังกลัวความยุ่งยากเป็นพิเศษ
แต่ฝ่ายนั้นรังแกกันเกินไปแล้ว!
ถ้ายอมยกที่ให้พวกเขาอย่างว่าง่าย ระหว่างทางนี้คงถูกกลั่นแกล้งไปตลอด นางจึงพูดสวนออกไปอย่างแข็งกร้าว
พอจือจือพูดเช่นนั้น ชาวบ้านที่อัดอั้นใจอยู่ก่อนแล้วต่างก็พากันลุกขึ้นมา “ใช่! ไล่พวกเขาไปเสีย! ที่นี่ไม่ได้เป็นมรดกตกทอดของบ้านพวกเขาสักหน่อย ทำไมพวกเราต้องยกให้ด้วย?”
เมื่อคนมากขึ้นก็มีอำนาจขึ้นมาด้วย คนกลุ่มที่เมื่อครู่ยังวางท่าผยองพองขนพลันเริ่มขลาดกลัว “พะ...พวกเจ้าจะทำอะไร? ที่...ที่นี่เป็นถิ่นของพวกเรานะ!”
“ถิ่นของพวกเจ้า? หึ!” จือจือหัวเราะ “ไม่ดูเสียบ้างว่าพวกเจ้ากำลังจะจากถิ่นของตัวเองไปแล้ว ยังจะมาวางอำนาจอยู่ตรงนี้อีกหรือ? เก่งจริงก็อย่าหนีภัยแล้งสิ!
ยังจะมาพูดว่าถิ่นของพวกเจ้าอีกหรือ? ฟังจากที่พูดแล้ว พวกเจ้าคงคิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้สินะ? ใต้หล้านี้เป็นของพวกเจ้าหมดเลยหรือ? ทุกคน รีบคุกเข่าคารวะฮ่องเต้เร็วเข้า! ขอฮ่องเต้ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี...”
คนฝั่งตรงข้ามก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ตลอดชีวิตอาจไม่เคยเห็นแม้แต่ใต้เท้านายอำเภอด้วยซ้ำ
จู่ ๆ ก็ถูกกล่าวหาด้วยข้อหาใหญ่โตเช่นนี้ พวกเขาจึงกลัวขึ้นมาจริง ๆ
ยังไม่ทันได้แก้ตัว ก็พาคนกว่าร้อยวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือเค้าความเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย
หัวหน้าหมู่บ้าน: “???”
เขามองจือจืออย่างพินิจพิเคราะห์
ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมาเมื่อหลายวันก่อน นางก็เปลี่ยนไปจริง ๆ
พูดอะไรก็กล้าพูดออกมาหมด
