ยังจะว่าพวกเขาโกงอีก นี่ช่างข่มขู่จนหาคมรอไม่ถูก
หว่านหลานแหงนค้างเล็กน้อย ด้วยความภูมิใจเป็นทุนเดิม
"ฮึ่ม ใครให้พวกนายมีความสามารถที่แปรผันไปมาซับซ้อนขนาดนั้นล่ะ ฉันก็แค่คิดว่า ความสามารถของเพื่อนร่วมทีมฉันบ้าบินขนาดนี้ พวกเรายังโดนตบตีทุกรอบเลย ถ้าศัตรูมีความสามารถที่บ้ากว่านี้ เราก็จะไม่เหลือวิธีต่อต้านแล้วสิ
แทนที่จะพยายามป้องกันความสามารถแปรผันพวกนั้น ก็ไม่เหมือนการเอาความคงตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ความสามารถของฉัน ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจ"
โหลวกวานซานชูนิ้วโป้งขึ้นให้ ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ มีแต่คนดื้อรั้นแบบนี้เท่านั้นถึงจะคิดความสามารถแบบนี้ได้
"งั้นความสามารถของนายคืออะไร?"
หว่านหลานแขนกอดอก ส่ายหัวช้า ๆ ในสายตาที่เปี่ยมความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน
"ไม่แน่ใจ อาจจะเพราะฉันเข้าใจยังไม่ลึกพอ เลยระบุไม่ได้ว่ามันเป็นคอนเซ็ปต์แบบไหน แต่ที่แน่ ๆ คือไม่มีอะไรเทียบ"
หลังจากแสดงความสามารถของตัวเองเสร็จ หว่านหลานก็หันไปมองมู่ปิงเกอและโหลวกวานซาน
"ตอนนี้เหลือพวกนายสองคนแล้ว"
โหลวกวานซานยิ้มแก้มปริยกเกาหัว "ผมน่ะเหรอ ก็เพิ่งจะรู้ทิศทางการพัฒนาความสามารถของตัวเอง เมื่อกี้พอเห็นความสามารถของพวกคุณแล้ว ผมว่าพลังที่ผมสำรวจได้ ควรจะอยู่ในหมวดชีวิต"
ทุกคนแสดงสีหน้าเหมือนกับที่คาดไว้ไม่ผิด
พวกเขาเดาได้ เพราะกุญแจแห่งปาฏิหาริย์ชีวิตที่ว่านั้น ก็ยังได้มาจากบัลลังก์ของหอไท่ชูที่พวกเขาเคยเข้าถึง
"ฮึ่ม... ถ้างั้นหมายความว่า บัลลังก์ของหอไท่ชูคงเป็นสิ่งที่เทพองค์หนึ่งที่ชื่อว่า[ชีวิต]ทิ้งไว้ แต่..."
