[คลั่ง]เงยหน้าจ้อกเหล้าอึดใหญ่ แล้วหัวเราะก้อง
“นี่ฉันยังไม่เคยโดนเรียกว่าคนบ้านนอกเลย แถมยังเป็นครั้งแรกที่เห็นหายนะได้รับเกียรติจากสรรพชีวิต
แต่สถานการณ์มันจะเป็นอย่างที่พวกคุณหวังจริง ๆ แบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ เหรอ? เรื่องที่[ศึกสงคราม]พูดถึงเมื่อครู่ ฉันว่าพวกคุณควรคิดกันให้ดี
ตอนนี้พวกคุณกับหายนะบรรลุภาวะอยู่ร่วมกันได้ แต่ความขัดแย้งในทางความจริงก็ไม่ได้ถูกแก้ไขไปไหน
สรรพชีวิตอยากได้พลัง ก็ต้องฆ่าหายนะเพื่อเก็บวัสดุ หายนะอยากได้พลัง ทางที่เร็วที่สุดคือพิธีสังเวยสรรพชีวิต นี่คือความขัดแย้งที่ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป
ยิ่งกว่านั้น ความเป็นไปได้แบบที่[ศึกสงคราม]เอ่ยถึง มันก็ไม่ได้เป็นไปไม่ได้ซะทีไหน”
เมื่อเหล่าผู้ที่กำลังขมวดคิ้วครุ่นคิด [ตัวขังตัว]จึงตบไม้เท้าของตนเบา ๆ แล้วเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้นออกมา
ความลับที่กระทั่ง[หยุดนิ่ง]กับ[วนซ้ำ]ก็ไม่เคยรู้มาก่อน
“นครลอยฟ้า ยุคจุดสูงสุด สมัยนั้นสรรพชีวิตมีมากกว่าที่นี่อีก หายนะกระทั่งถูกฟาดจนแตกกระจาย ต้องหลบซ่อนอยู่ใต้รัศมีของสรรพชีวิต
พูดให้มันเสีย ๆ หน่อย หายนะสมัยนั้นก็เหมือนหนูในร่องน้ำเสียมากกว่า จำนวนอาจไม่ต่างจากอาชญากรธรรมดา หรือโจรสลัดแห่งทะเลดาวเลย
พวกคุณเดาดูสิ ทำไมสถานการณ์ถึงพลิกคว่ำได้ในคืนเดียว แล้วทำไมอีกนานเท่าไรก็ยังไม่ฟื้น จนยุคจุดสูงสุดเหมือนเรือชนภูเขาน้ำแข็ง จมลงอย่างสิ้นเชิง”
ความไม่แน่ใจก็ผุดขึ้นในใจของทุกคนทันที
โข่วอิ้งขมวดคิ้ว “อย่าบอกว่ามีคนลอบสร้างหายนะขึ้นมาเองนะ”
