เซ่าเอินฉือเดินอยู่ริมแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งเพียงลำพัง ร่างผอมบางนั้นชวนให้รู้สึกสงสาร เขามุ่งมั่นจะตาย อยากจบชีวิตอันแสนเจ็บปวดนี้ลง
บังเอิญว่าวันนั้น หลูเสี่ยวเสี่ยวซื้อมันเทศเผาเสร็จแล้ว ขี่จักรยานกลับบ้าน ระหว่างทางก็มองเห็นแผ่นหลังเดียวดายของเขาอยู่ริมแม่น้ำแต่ไกล เธอไม่ทันได้คิดอะไรก็โยนจักรยานทิ้งไว้ข้างทาง แล้วเหยียบย่ำหิมะที่กองทับถม วิ่งเข้าไปกอดเอวผอมบางของเด็กหนุ่มจากด้านหลังแน่น พลางรีบปลอบว่า
“เพื่อนนักเรียน อย่าทำเรื่องโง่ ๆ เด็ดขาดนะ”
เวลานั้นเธอยังเด็กและไร้เดียงสา คิดเพียงว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลเรื่องการเรียน จึงจงใจผ่อนน้ำเสียงลงเพื่อปลอบเขาอย่างจริงจังว่า “ต่อให้สอบได้คะแนนไม่ดีก็ไม่เป็นไร ฉันได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนมาตลอด ต่อไปฉันช่วยติวหนังสือให้นายได้นะ”
เด็กหนุ่มที่หมดอาลัยตายอยากรู้สึกได้ว่าด้านหลังมีบางอย่างร้อนผ่าวนุ่มนิ่มกำลังกดเบียดตัวเขาอยู่ สีหน้าเขามืดครึ้ม ตวาดเธอเสียงต่ำว่า “ปล่อย!”
“ฉันไม่ปล่อย!” เด็กหญิงโอบรัดแขนทั้งสองข้างแน่นขึ้น ออกแรงทั้งหมดลากเขาให้ถอยห่างจากริมฝั่งน้ำแข็ง พลางหอบหายใจแรงและเกลี้ยกล่อมว่า “ข้อสอบได้ศูนย์ยังสอบใหม่ได้ แต่ถ้าชีวิตของนายหยุดลงตรงนี้ ก็จะไม่มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกแล้ว”
เด็กหนุ่มรำคาญเสียงจ้อกแจ้กของเธอจนแทบตาย จึงพูดเสียงเย็นชา “ของที่อยู่บนตัวเธอมันร้อนจนลวกฉันแล้ว”
หลูเสี่ยวเสี่ยวก้มลงมอง มันเทศเผาอุ่น ๆ ในกระเป๋าถูกเบียดจนเสียรูปไปนานแล้ว แบนเละกลายเป็นก้อนมันเทศบด เธอเกิดความคิดขึ้นมาทันที รีบทำสีหน้าโศกเศร้าน่าสงสารแล้วพูดว่า “นี่เป็นของที่ฉันเก็บเงินค่าขนมอยู่นานกว่าจะซื้อมาได้ เพื่อช่วยนายมันถึงได้เสียรูป นายต้องชดใช้ให้ฉันนะ”
