“ท่านประธานคะ ถ้าฉันผ่านการสัมภาษณ์ ฉันตกลงเข้าร่วมซิงหลานค่ะ”
ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องทำงาน เสิ่นชิงฮวนก็รีบพูดขึ้นก่อน
นี่มันกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว เด็กคนนี้ถึงกับเรียนรู้วิธีชิงตอบก่อนเสียด้วย
เมื่อก่อนเขามักเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน ทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน
ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้จะโดนเล่นงานกลับเสียเอง
ซูหานเกือบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ขอแกล้งน้องสาวคนนี้สักหน่อยแล้วกัน
เขาถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอถามหน่อย ทำไมถึงอยากเข้าร่วมซิงหลานล่ะ?”
เสิ่นชิงฮวนได้ยินแล้วก็รู้ว่าตัวเองน่าจะผ่านการสัมภาษณ์แล้ว เธอยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์
ท่านประธานกำลังคิดจะแกล้งเธออยู่นี่เอง
เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เอียงศีรษะเล็กน้อย
“อืม ฉันชอบบรรยากาศของบริษัทค่ะ รู้สึกได้เลยว่าบริษัทตั้งใจจะปั้นวงให้ดีจริง ๆ”
ซูหานเลิกคิ้ว “โอ้? เธอรู้ได้ยังไงว่าบริษัทตั้งใจจะปั้นวงให้ดี?”
“หัวหน้าพัคเล่าให้ฉันฟังตั้งเยอะค่ะ ฉันถึงได้มั่นใจแบบนี้”
พอได้ยินอย่างนั้น ซูหานก็อดบ่นไม่ได้
พัคจองซู เจ้าคนปากสว่างนี่ ทำไมถึงเอาทุกเรื่องไปพูดข้างนอกกันนะ เดี๋ยวคงต้องเตือนกันดี ๆ สักหน่อย
เล่าให้คนกันเองฟังก็แล้วไป แต่แผนธุรกิจกับแนวคิดภายในบริษัทก็ต้องระวัง อย่าเปิดเผยให้คนนอกฟัง
“ท่านประธานคะ เหตุผลนี้ใช้ได้ไหม?” เสิ่นชิงฮวนมองเขาอย่างกระวนกระวาย
แม้เธอจะทำท่าทางกล้าหาญ แต่จริง ๆ แล้วข้างในประหม่าแทบแย่
เห็นแบบนั้น ซูหานก็ไม่คิดจะแกล้งเธอต่อ เขายื่นมือออกไปพร้อมรอยยิ้ม
“ได้ยินเธอพูดแบบนี้แล้ว ฉันก็วางใจ”
“ยินดีต้อนรับสู่ซิงหลาน”
เสิ่นชิงฮวนเห็นมือที่ยื่นมาตรงหน้า ก็รีบเอื้อมมือไปจับอย่างรวดเร็ว
