ส่วนเขากลับเชิญอวี้เฟิง กวานชี และซูจิ่วจิ่ว ไปยังพื้นที่พักผ่อนด้านข้าง
“คุณอวี้ เรื่องนี้เป็นความผิดของทางหอทรัพย์หมื่นเราเอง ไม่ทราบว่าคุณมีข้อเรียกร้องอะไร หากคุณเอ่ยปากขึ้นมา ตราบใดที่อยู่ในขีดความสามารถของผม ผมจะพยายามทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ไม่เป็นไร ผมแค่อยากรู้ว่าคนคนนั้นจะได้รับผลอย่างไร?” อวี้เฟิงเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย นั่งอยู่บนโซฟาสายตามองตรงไปที่เฉียนเซิงเฉียนอย่างตั้งคำถาม
แม้อวี้เฟิงจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเฉียนเซิงเฉียนถึงเกรงกลัวตัวเองเพียงนี้ แต่ตอนนี้ ฝ่ายได้เปรียบอยู่ที่เขา แล้วทำไมเขาจะต้องอดทนยอมจำนนด้วย?
ใช่แล้ว คือความเกรงกลัว เพราะอวี้เฟิงเพิ่งเห็นสีหน้ารีบร้อนของอีกฝ่ายเมื่อครู่
ตอนแรก อวี้เฟิงไม่ได้ไม่เคยคิดไปถึงหลักฐานความเป็นผู้มีความสามารถของโรงเรียนมัธยมชางหลาน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่
เพราะว่าเฉียนเซิงเฉียนมาถึงเร็วเกินไป ทั้งยังรีบร้อนเกินไปอีกด้วย
ดูท่า จะต้องมีคนรายงานเรื่องที่เขาถูกพนักงานขายคนนั้นรังแกไปอย่างแน่นอน ถึงทำให้อีกฝ่ายต้องรีบร้อนวิ่งมาถึงเพียงนี้
และการที่ทำให้หัวหน้าสาขาคนหนึ่งของหอทรัพย์หมื่นต้องลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง คนที่ช่วยเขาอยู่เบื้องหลังนั้น ฐานะจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ส่วนคนที่ช่วยเขาอยู่เบื้องหลังคนนั้นจะเป็นผู้อำนวยการอู่หรือไม่ อวี้เฟิงก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะคนใหญ่โตที่สุดที่เขารู้จักในเมืองชางหลานทั้งเมือง ก็มีเพียงผู้อำนวยการอู่เท่านั้น
เฉียนเซิงเฉียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอวี้เฟิง ถูกอีกฝ่ายจ้องมองเขม็งจนขนลุกไปทั้งหลัง
