หลังจากผู้อำนวยการเจิ้งพาผู้อำนวยการอู่รวมถึงหัวหน้าป่าหลินทั้งสามคนจากไป ความเป็นเด็กที่ถูกกดดันเอาไว้เนิ่นนานของกวานชีกับซูจิ่วจิ่วก็ได้ระเบิดออกมาเสียที
“เร็วๆ เร็วๆ จิ่วจิ่ว ชิงห้องกัน!” พูดจบ กวานชีก็วิ่งหายวับไปกับตา
“ฉันไม่แย่งกับนายหรอก โตขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้จักเป็นผู้ใหญ่เลย!” ซูจิ่วจิ่วพูดด้วยน้ำเสียงแบบผู้ใหญ่
ที่จริงซูจิ่วจิ่วไม่ได้ไม่อยากไปเลือกห้องที่ตัวเองชอบ เธอแค่อยากจะเดินดูบ้านหลังนี้ไปเรื่อยๆ ต่างหาก
เธอเดินทอดน่องไปตามมุมต่างๆ ของบ้าน มองสำรวจทุกรายละเอียดอย่างละเอียดถี่ถ้วน เธออยากจดจำทุกสิ่งในบ้านหลังนี้ไว้ในใจให้หมด
เพราะว่านี่คือบ้านหลังแรกที่เป็นของซูจิ่วจิ่ว เป็นบ้านหลังแรกของพวกเขาสามคน!
แม้บ้านหลังนี้จะแพงมาก แต่สำหรับซูจิ่วจิ่วแล้ว นี่คือบ้าน เป็นบ้านที่กันลมกันฝนได้อย่างแท้จริง
มือเรียวเล็กของเธอค่อยๆ ลูบผ่านกำแพง สัมผัสถึงความรู้สึกจริงๆ ถึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นเรื่องจริง
ภาพแบบนี้ ปรากฏในความฝันของซูจิ่วจิ่วมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่ตื่นจากฝัน ก็มักจะตามมาด้วยความผิดหวัง
วันนี้ ความฝันก็เป็นจริงเสียที
ในชั่วขณะนี้ หัวใจของซูจิ่วจิ่ว ดูเหมือนจะมีที่พักพิงเสียที
“พี่เฟิง พี่ชี เราผ่านมันมาได้แล้วจริงๆ ในที่สุดเราก็มีบ้านเป็นของตัวเอง!” ซูจิ่วจิ่วนั่งหันหลังให้ฉินเฟิง มองออกไปนอกหน้าต่าง นัยน์ตางดงามคู่นั้น กลั้นไม่ไหวจนหยาดน้ำตาเป็นประกายร่วงหล่นลงมาสองหยด
