เที่ยงคืนตรง ผู้อำนวยการอู่ซึ่งกำลังหลับสบายอยู่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยวิดีโอคอลจากผู้อำนวยการเจิ้ง
พอเห็นว่าเป็นเพื่อนเก่าโทรมา เขาก็สูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
"อย่าคิดว่าแกเป็นผู้อำนวยการสถาบันจูเอี้ยวแล้วจะทำอะไรก็ได้ แต่ว่านายควรมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลจริงๆ ไม่งั้นฉันจะไม่มีวันยกโทษให้นายที่ปลุกฉันตอนเที่ยงคืนครึ่งแบบนี้"
"นายรู้ไหมว่าคนแก่คนหนึ่งจะหลับได้สบายๆ สักคืนมันยากแค่ไหนกัน?"
หลังจากถอนเสี้ยนหนามอย่างหลิงเซี่ยวเทียนออกไปแล้ว ภาระหนักอึ้งในใจของผู้อำนวยการอู่ก็เบาลงแทบจะทันที เพิ่งจะได้หลับสบายสักทีแต่ก็ถูกผู้นายเจิ้งโทรมาปลุกอีก
อีกฝั่งหนึ่งของจอภาพ ผู้อำนวยการเจิ้งได้ยินเสียงของผู้อำนวยการอู่ก็ไม่ได้สนใจอะไร กลับมีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่วายจะแซวกลับไปคำหนึ่ง
"นายยังไม่ต้องรีบหลอก ยังไงหลังจากตายไป ก็มีเวลาให้นอนมากพออยู่แล้ว"
"ที่ฉันรีบติดต่อนาย ก็แค่อยากจะยืนยันอะไรบางอย่าง"
เห็นเจ๋งชื่อเยี่ยนมีท่าทางเคร่งขรึมแบบนี้ ผู้อำนวยการอู่ก็เลยรับรู้ได้ว่าต้องมีเรื่องใหญ่และสำคัญแน่ๆ จึงลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที
"มีเรื่องอะไร?"
เจ๋งชื้อเยี่ยนตรงเข้าเรื่องทันที "วันนี้ทั้งสามคนกับอวี้เฟิง เข้าดันเจี้ยนป้อมโลหิตไปหรือเปล่า?"
"น่าจะใช่แหล่ะ!" เพียงตอนนี้ผู้อำนวยการอู่ก็ยังหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
"อะไรเรียกว่าน่าจะเป็น ได้เป็นได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้!" น้ำเสียงผู้อำนวยการเจิ้งรีบๆร้อนๆอยู่บ้าง
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น? อย่าบอกนะว่าอวี้เฟิงทำเรื่องใหญ่โตอะไรอีกแล้ว" ผู้อำนวยการอู่ครั้งแรกก็คิดได้ว่าอวี้เฟิงนั้นมีพลังการโจมตีที่น่ากลัวมากแค่ไหน
แต่ทันใดนั้น ในห้องของเขาก็ผุดแว่ไอ้ความคิดหนึ่งขึ้นมา
