เหล่าศิษย์ที่ห้อมล้อมลานกว้างอยู่นับร้อย ต่างพากันตกตะลึงพรึงเพริดจ้องมองสวีเซียวด้วยความหวาดหวั่น
“ข้าได้ยินถูกหรือไม่!? ต่างคนว่าสวีเซียวจอมพิษจะสู้พวกเราทั้งหมดเพียงลำพัง?!”
“มารดรเอ๋ย! สัตว์นรก! เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอะไรอยู่?!”
“เจ้าคิดว่าตนไร้เทียมทานแล้วหรือ?!”
“โอหังเกินไปแล้ว!!!”
ยั่วโทสะมหาชนเข้าแล้ว! สวีเซียวทำให้ฝูงชนโกรธแค้นเข้าแล้ว!
“เจ้าหมาโกง! ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญขั้นดินเซียนก็ไม่อาจรับมือผู้บำเพ็ญขั้นมนุษย์เซียนชั้นสูงมากมายขนาดนี้ได้! เจ้าหาเรื่องมรณาใส่ตัว!”
“เขาดูถูกสองสำนักใหญ่ของเรา ฉุนหยางกับอู่หลิง! เจ้าหมาโกงนี่ไม่เสแสร้งแม้แต่น้อย!”
ฝูงชนโห่ร้องอึงคะนึงเนิ่นนานมิรู้จบ
ยามนี้ พวกเขาต่างจินตนาการว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของสองสำนักฉุนหยางและอู๋หลิง รู้สึกอับอายที่ต้องร่วมสำนักเดียวกับสวีเซียว!
เหล่าผู้อาวุโสสายนอกสายใน ใบหน้าแก่ชราสั่นสะเทือน เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“นี่...นี่มันบ้าคลั่งเกินไป ต่อให้แกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจปราบทั้งหมดลงได้!”
“อุ้ยแม่เจ้า! สวีเซียวนี่จะทำอะไรกันแน่!? คิดว่าตนเป็นถึงขั้นดินเซียนขั้นสวรรค์แล้วหรือ?!”
เฟิ่งชิงเสวียนจ้องมองมาทุกเหตุการณ์ ร่างงามสง่าสั่นน้อยๆ พลางใบหน้าขาวบริสุทธิ์งามสง่าแผ่กระจายความแดงเรื่อเล็กน้อย
นัยน์ตางดงามประกายน้ำวาว
“เจ้าหนุ่มนี่...ไม่รู้จักความเป็นความตาย...โอหังยิ่งนัก...”
สายเลือดเทพอัคคีชั้นสูงสุด ทำให้หล่อนก้าวเข้าสู่ขั้นมนุษย์เซียนชั้นหกได้ในห้าปี
แน่นอนรวมถึงยาเซียนหลอมกายที่แอบได้มาจากสวีเซียว
แต่นางกลับพบว่าแม้ตนมีสายเลือดเทพอัคคี ก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของสวีเซียว ผู้นี้ยามนี้แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!
