จินหลิ่วเซียงปิดประตู สะบัดร่างงามสง่าย้ายมานั่งข้างหลินเยียนเอ๋อร์ นัยน์ตางามเจิดจ้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ศิษย์น้อง ข้าเตือนเจ้าเป็นการส่วนตัวตั้งนานแล้ว เจ้าก็ไม่ฟัง!”
“ต่อไปถ้าผู้อาวุโสสวีหมดความอดทน เจ้าก็จะไม่มีใครดูแลจริง ๆ นะ!”
หลินเยียนเอ๋อร์มองรอยแดงบนลำคอขาวผ่องของอีกฝ่าย
พลันรู้ว่านางไปที่ลานเล็กของผู้อาวุโสสวีมา
ได้แต่ก้มหน้านิ่ง
สองวันนี้นางกับจินหลิ่วเซียงสนิทสนมกันแล้ว ทั้งคู่เป็นศิษย์จดทะเบียนใต้การดูแลของลู่ต้าเหนียน เป็นพี่น้องร่วมอาจารย์
เพื่อดูแลการฝึกตนของหลินเยียนเอ๋อร์ ทำตามคำสั่งของผู้อาวุโสสวี
จินหลิ่วเซียงแทบอยู่กับหลินเยียนเอ๋อร์ทุกวัน
แน่นอนว่ายังมีเหตุผลสำคัญอีกข้อ
ตอนนี้ทั้งคู่ถูกศิษย์ในสำนักผลักขึ้นไปอยู่บนจุดที่ถูกวิพากย์วิจารณ์ พวกนางไม่กล้าไปจัตุรัสสำนักแล้ว
หลินเยียนเอ๋อร์หน้าแดงด้วยความเขินอาย
“ศิษย์พี่... ข้า... ข้ายังคิดไม่ตก...”
ในใจหลินเยียนเอ๋อร์ยังรับไม่ได้
ผู้อาวุโสสวีเป็นผู้อาวุโสที่ใจดีน่าเคารพ ไม่มีทางดีกับนางเพียงเพราะเห็นนางงาม...
แต่เมื่อเห็นศิษย์พี่งามตระการตาข้างกาย นางก็ลังเลอีกครั้ง
ไม่ใช่แค่ศิษย์พี่พูดเช่นนี้ คนข้างนอกทุกคนก็พูดกันเช่นนี้...
จินหลิ่วเซียงยิ้มกล่าว “เจ้าก็ค่อย ๆ คิดไปเถิด”
“ศิษย์น้อง คนแข็งแกร่งและมีจิตใจดีงามอย่างผู้อาวุโสสวีมีไม่มากแล้ว”
“คนที่ยินดีทุ่มเททรัพยากรให้เราฝึกตนอย่างผู้อาวุโสสวีเกือบไม่มีเลย”
“มีก็แต่ผู้อาวุโสสวีที่อายุขัยใกล้สิ้นแล้วเท่านั้นที่ทำเช่นนี้... นี่เป็นวาสนาของพวกเรา!”
